LA VIE EN ROAD

Travel+Art+Lifestyle

Art & Culture

หลากหลายมิติของ LGBTQ ที่ไม่ได้มีแต่เรื่องเคกับเรื่องเย

เชื่อว่าหลายคนตอนนี้ ถ้ามองไปรอบข้างในสังคม เราจะเห็นบริบทและความหมายของคำว่า ‘เพศ’ ที่เปลี่ยนไป เราไม่ได้มีแค่เพื่อนผู้หญิงหรือเพื่อนผู้ชาย เรามี ‘เพศใหม่’ เกิดขึ้นเยอะมากหลังปี 2000

เวลาเจอผู้ชายคนหนึ่งที่หล่อและดูดีมากๆ ผิวออร่ามาแต่ไกล เราชอบตั้งคำถามกันว่า “แกๆ เป็นหรือไม่เป็น” แต่รู้สึกว่าเมื่อราวๆ ปีสองปีมานี้เอง ที่คำถามนี้มันเริ่มน้อยลงเรื่อยๆ เพราะตอนนี้มันอาจจะลำบากเกินกว่าที่จะไปจำกัดความแค่เป็นหรือไม่เป็น เพราะมันถูกแบ่งปลีกย่อยเล็กน้อยลงไปทุกวันๆ มันเลยเถิดไปถึงว่าเขาเป็น top หรือ bottom หรือเขาเป็นทั้งสอง หรือเขาเป็นเกย์ที่เคยชอบผู้หญิงมาก่อนไหม แล้วเขายังคิดจะกลับมาชอบผู้หญิงอีกไหม หรือๆๆๆๆ…… มันซับซ้อนจนบางทีเราคิดว่าคำว่าเพศมันอาจไม่มีอยู่เลยก็ได้

หอศิลป์กรุงเทพฯ (BACC) ได้จัดนิทรรศการ LGBTQ ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียขึ้นมา ในชื่อ “SPECTROSYNTHESIS II– Exposure of Tolerance: LGBTQ in Southeast Asia” เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 ซึ่งก็ได้รับความสนใจอย่างมากจากคนทุกเพศทุกวัย

งานของศรชัย พงษ์ษา ที่บอกเล่าพิธีกรรมความเชื่อในครอบครัวที่เป็นชาวมอญ ซึ่งเป็นพิธีที่มักจะตีกรอบและแบ่งขั้วด้านเพศเอาไว้อย่างชัดเจนเพียงสองเพศเท่านั้น
Opal’s World by Krisadang Intasorn
ภาพ Thunderclap ของ Adam Hague

ภายในจัดแสดงงานศิลปะจากกว่า 50 ศิลปิน จาก 15 ประเทศ ที่ต่างก็สะท้อนประเด็นเรื่องความหลากหลายทางเพศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และใกล้เคียง โดยเป็นส่วนหนึ่งของนิทรรศการเดินทางหมุนเวียนของมูลนิธิซันไพรด์ ซึ่งแวะมาที่กรุงเทพฯเป็นแห่งที่ 2 ต่อเนื่องมาจากแห่งแรกที่กรุงไทเป ประเทศไต้หวัน เมื่อปี 2560

One Sweet Day ของ Khairullah Rahim ศิลปินสิงคโปร์ ได้แรงบันดาลใจมาจากหนังสือเด็กเรื่อง ‘And Tango Makes Three’ โดยปีเตอร์ พาเนล และจัสติน ริชาร์ดสัน ซึ่งถูกแบนในสิงคโปร์ เพราะมีเนื้อหาเกี่ยวกับครอบครัวเพนกวินเกย์ที่รับลูกเพนกวินมาเลี้ยงดู

แม้เมืองไทยมักจะได้รับการมองว่าเป็นประเทศที่ค่อนข้างเปิดกว้างและมีความเท่าเทียมทางเพศมากกว่าหลายๆ ประเทศ แต่อันที่จริง ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีอคติเลย ยังมีครอบครัวที่เป็นคนไทยแท้ๆ หรือคนจีนที่อพยพมา และยังมีความเชื่อบางอย่างที่ฝังรากแน่นจนยากที่จะเปิดใจและทำความเข้าใจเสียใหม่ หลายๆ ครอบครัวจึงมีปัญหา และหลายๆ คนก็ยังต้องปกปิดหลบซ่อนตัวตนไว้

ชิ้นงานจัดวางขนาดใหญ่ 3 ชิ้นของจักกาย ศิริบุตร คือตัวอย่างที่ดีของการบันทึกความเจ็บปวดของวัยรุ่น ผ่านลวดลายบนผ้ายาว 2 เมตร โดยใช้สัญลักษณ์เป็นล้อสามเหลี่ยมสีชมพูที่พรรคนาซีเคยใช้ระบุตัวและสร้างความอับอายให้แก่ผู้รักเพศเดียวกัน แต่ตอนนี้ ชุมชนเกย์ได้นำมาเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความภาคภูมิใจ

ขณะที่งานของดิญ คิว เล ศิลปินเวียดนาม ถ่ายทอดภาพที่โดนยืดและบิดเบี้ยวบนม้วนกระดาษขนาดใหญ่เกินจริง แขวนลงมาจากเพดาน แสดงถึงความรู้สึกที่ไม่เป็นธรรมชาติและผิดแผกไปจากความเป็นจริง รวมไปถึงอีกผลงานที่ใช้เทคนิคการร้อยภาพถ่ายขัดกันไปมา ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากวิธีการทอเสื่อแบบพื้นบ้านของเวียดนาม โดยเขาได้เรียนรู้มาจากคุณป้าตั้งแต่สมัยยังเป็นเด็ก กลายมาเป็นการสร้างสรรค์ผลงานคอลลาจที่สร้างขึ้นจากการจัดวางภาพถ่ายแบบโครโมเจนิกซ้อนกันไปมา เป็นเครื่องสะท้อนความรู้สึกจากเบื้องลึกของตัวศิลปินเอง และภาพถ่ายที่ปรากฏอยู่ในชิ้นงานนี้มีที่มาแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่ายบันทึกเหตุการณ์เก่าๆ ภาพจากสารคดี ภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด หรือแม้แต่ภาพจากวัฒนธรรมของเวียดนามเอง

เทคนิคการร้อยภาพขัดกันไปมาของ Dinh Q Le เหมือนวิธีการทอเสื่อพื้นบ้านของเวียดนาม
Portrait of Man in Habit (ชายในกิจวัตร) โดย ไมเคิล เชาวนาศัย

หนึ่งในภาพที่แรงมากๆ ก็คือภาพถ่ายที่ตั้งคำถามกับความเชื่อทางศาสนาพุทธ สร้างสรรค์โดยไมเคิล เชาวนาศัย ผู้เคยก่อให้เกิดกระแสความโกรธเกรี้ยวและขุ่นเคืองแก่กลุ่มพระภิกษุสงฆ์และกลุ่มอนุรักษ์นิยม จนมีการร้องขอให้ทำลายหรือถอดถอนผลงานของเขาออกจากนิทรรศการที่เคยจัดก่อนหน้านี้มาแล้วครั้งหนึ่ง ความกดดันครั้งนั้นทำให้ไมเคิลผลิตภาพถ่ายของชายสวมเสื้อคลุมสีเหลืองอมส้มที่พึ่งลาสึกใหม่ๆ ออกมาเป็นผลงานใหม่ ในฐานะที่ตัวเขาเองก็เป็นทั้งพุทธศาสนิกชนและชายรักร่วมเพศโดยกำเนิด เขาจึงเชื่อว่าเขามีสิทธิ์ตั้งคำถามถึงสิ่งที่แม้แต่ในพระไตรปิฏกเองก็ได้กำหนดไว้ว่า ผู้ใดก็ตามสนใจเป็นพุทธศาสนิกชน เพียงตอบคำถามว่า “คุณเป็นมนุษย์หรือไม่”

Body and Soul ผลงานของ ริต้า ขิ่น ศิลปินชาวพม่า

ต่อกันที่งานของ ริต้า ขิ่น ศิลปินพม่าที่บอกว่าตัวเองมีสองร่างในร่างเดียว เป็นนายสาว ไม่ใช่นางสาวหรือนาย โดยมีแรงบันดาลใจมาจากเรื่องราวในครอบครัวที่ไม่ว่าเพศสภาพจะเปลี่ยนไปอย่างไร ครอบครัวก็ยังเรียกริต้าว่า “พี่ชาย/น้องชาย” และ “ลูกชาย” อยู่ และเขาบอกว่าบางครั้งสมาชิกในครอบครัวซึ่งใกล้ชิดกับเรามากที่สุดนี่แหละ กลับเป็นผู้ที่ยอมรับอัตลักษณ์ตัวตนที่แท้จริงของเราได้ยากที่สุด

Horizon ผลงานของกิตติ นารอด ผู้เชื่อว่างานของตัวเองเป็นเหมือนจุดนัดพบของผู้คนที่หลากหลาย โดยทุกคนมีความเท่าเทียมกันทั้งทางกายและจิตวิญญาณ

ยังมีงานชิ้นเก่าอีกชุดที่หลายคนเคยเห็นผ่านตามาแล้ว แต่แม้ว่าจะดูมาแล้วกี่ครั้ง เรากลับไม่เคยรู้สึกกับมันเหมือนเดิมสักครั้ง นั่นคืองานของเยิ่น หาง (Ren Hang) ศิลปินจีนผู้ล่วงลับ ซึ่งก่อนนี้เราเคยมองภาพนู้ดของเขาแล้วสนุก รู้สึกถึงความครีเอทีฟในการจัดวาง รวมถึงท่าทางที่เปิดเผยของตัวแบบในวัยหนุ่มสาว แต่วันนี้หลังจากที่เขาจากเราไปด้วยการปลิดชีพตัวเองจากโรคซึมเศร้าเมื่อปี 2560 เรากลับมองภาพนี้และสัมผัสได้ถึงความโดดเดี่ยวและเก็บกดที่แฝงอยู่ลึกๆ สะท้อนการต่อสู้กับสภาวะทางจิตใจของศิลปินเอง

ผลงานของศิลปินจีนผู้ล่วงลับ Ren Hang

ปิดท้ายด้วยงานของอังกฤษ อัจฉริยโสภณ กับชุด Celebrated Phenomenal of Colors ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากการทดลองของไอแซค นิวตัน ที่ชื่อว่า “ปรากฏการณ์อันโด่งดังของสี” โดยเขาพบว่าสีขาวนั้นประกอบไปด้วยหลายเฉดสี เรียกว่า “สเปกตรัม” ซึ่งเขาก็เชื่อว่าในตัวเราทุกคนก็ประกอบไปด้วยหลากหลายสีเช่นกัน

Celebrated Phenomenal of Colors โดยอังกฤษ อัจฉริยโสภณ

แล้วในตัวของคุณเอง ประกอบไปด้วยสีอะไรบ้าง?

นิทรรศการ SPECTROSYNTHESIS II– Exposure of Tolerance: LGBTQ in Southeast Asia จัดแสดงตั้งแต่วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 –1 มีนาคม 2563 ที่ห้องนิทรรศการหลัก ชั้น 7-8 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) เข้าชมฟรี

Comments are Closed

Theme by Anders Norén