Fit for a Queen

นิทรรศการจัดแสดงฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เมื่อครั้งเสด็จเยือนต่างประเทศในปี 2503 กว่าสิบประเทศ นาน 9 เดือน ออกแบบโดยปิแอร์ บัลแมง

 

Screen Shot 2559-08-05 at 8.03.52 PM

สำหรับนักเดินทางทั้งหลาย คงมีประสบการณ์การจัดกระเป๋าและเตรียมเสื้อผ้าสำหรับการเดินทางต่างประเทศกันในหลากหลายรูปแบบ แต่สิ่งที่คล้ายกันมักจะอยู่ตรงที่การเช็คสภาพอากาศของเมืองที่จะไป หนาวร้อนแค่ไหน หรือวัฒนธรรมที่นั่นมีข้อจำกัดสำหรับการแต่งตัวที่แตกต่างจากบ้านเราอย่างไรบ้าง

ถ้าเป็นสมัยนี้ เราสามารถเปิด google เพื่อดูพยากรณ์อากาศหรือจะดูแฟชั่นการแต่งตัวของเมืองมุมไหนก็ได้ในโลก เป็นเรื่องที่สะดวกมาก แต่ถ้าย้อนกลับไปก่อนหน้านี้สัก 50-60 ปี ยุคที่ยังไม่มีอินเตอร์เน็ตให้ค้นคว้าข้อมูลได้ในคลิกเดียว การเตรียมเสื้อผ้าไปเดินทางเมืองนอกนั้นดูจะไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

Screen Shot 2559-08-05 at 9.25.37 PM

 

ในปีพ.ศ. 2503 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จเยือนประเทศตะวันตกนานถึง 9 เดือน ได้แก่ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ เยอรมัน โปรตุเกส สวิตเซอร์แลนด์ เดนมาร์ก นอร์เวย์ สวีเดน อิตาลี นครรัฐวาติกัน เบลเยียม ฝรั่งเศส ลักเซมเบิร์ก เนเธอร์แลนด์ และสเปน ซึ่งสิ่งที่เป็นที่เลื่องลือสำหรับพระมหากษัตริย์และพระราชินีของไทย ในหมู่ชาวตะวันตกนั้น นอกจากทักษะทางภาษาต่างประเทศของพระเจ้าอยู่หัวแล้ว ก็คือความงามของฉลองพระองค์แห่งพระราชินีของไทยซึ่งสวยงามเลอค่าสมเกียรติ อีกทั้งยังถูกต้องเหมาะสมตามธรรมเนียมตะวันตกรวมไปถึงสภาพอากาศที่แตกต่างในแต่ละฤดู ทั้งหมดนี้ ปิแอร์ บัลแมง (Pierre Balmain) ดีไซเนอร์ชาวฝรั่งเศส คือผู้อยู่เบื้องหลังในการจัดเตรียม โดยมีผ้าไหมไทยเป็นวัตถุดิบสำคัญ

Screen Shot 2559-08-05 at 9.29.15 PM

ณ ห้องจัดแสดงนิทรรศการ ‘งามสมบรมราชินีนาถ’ (Fit for a Queen: Her Majesty Queen Sirikit’s Creation by Balmain) ที่พิพิธภัณฑ์ผ้า ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ณ หอรัษฎากรพิพัฒน์ ในพระบรมมหาราชวัง หีบเดินทางลวดลายไอคอนของหลุยส์ วิตตอง ถูกจัดวางอยู่ในตู้กระจกที่ด้านหน้าทางเข้าห้องโถง เป็นสิ่งแรกที่เราเห็นเมื่อก้าวเข้ามาในพื้นที่จัดแสดงครั้งนี้

หีบเดินทางใบนี้มีขนาดใหญ่โต ด้านในมีล็อกสำหรับแขวนเสื้อผ้าอย่างเป็นระเบียบ เป็นหีบที่มร.ปิแอร์ บัลแมง สั่งทำขึ้นเป็นพิเศษ ตกแต่งด้วยแถบสีลายธงชาติไทย เพื่อบรรจุฉลองพระองค์ พระมาลา ถุงพระหัตถ์ และฉลองพระบาท ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่เขาถวายงานในการจัดเตรียมสำหรับการเสด็จเยือนต่างประเทศในครานั้น ใกล้กับหีบเดินทางคือสมุดสเก็ตช์ของห้องเสื้อบัลแมงจากคอลเลกชั่นฤดูใบไม้ผลิช่วงคริสต์ทศวรรษที่ 60 โดยภาพร่างที่เปิดไว้คือแบบที่ได้รับการตัดเย็บเป็นฉลองพระองค์ ซึ่งนำมาจัดแสดงให้เราได้ชมกันจริงๆ ในห้องนี้ด้วย เช่น

  1. ฉลองพระองค์ชุดกลางวัน (Daywear) มีทั้งที่ออกแบบขึ้นเพื่อสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถโดยเฉพาะ และที่มาจากคอลเลกชั่นปกติของบัลแมง ส่วนใหญ่ตัดเย็บจากผ้าไหมไทยสีสันสดใส แต่ออกแบบในสไตล์ทันสมัย

Screen Shot 2559-08-05 at 9.11.13 PM

——————-

2. ฉลองพระองค์ชุดราตรีสั้น (Cocktail Dress) โดยมากมีสีอ่อนกว่าฉลองพระองค์ชุดกลางวัน มีทั้งกระโปรงทรงแคบและทรงสุ่ม ส่วนใหญ่มร.บัลแมงจะใช้ผ้าฝรั่งมากกว่าผ้าไทย เสริมด้วยงานปักอันประณีตของสถาบันการปักเลอซาจ

Screen Shot 2559-08-05 at 9.13.11 PM

——————-

3. ฉลองพระองค์ชุดไทย (Thai-style Dress) มีชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบ และชุดไทยผสมผสาน ตัดเย็บและปักประดับอย่างวิจิตรบรรจง โดยที่โดดเด่นเห็นจะเป็นฉลองพระองค์ชุดไทยแบบผสมผสาน ทรงในงานมหาสมาคมถวายพระกระยาหารค่ำที่สมเด็จพระเจ้าซาห์ และสมเด็จพระราชินีแห่งอิหร่านจัดถวาย ณ พระราชวังโกเลสตาน กรุงเตหะราน เมื่อปีพ.ศ. 2510

Screen Shot 2559-08-05 at 9.17.35 PM

——————-

4. ฉลองพระองค์ชุดราตรีแบบ Marly พ.ศ. 2505 ตัดเย็บจากผ้าไหมชีฟอง ผ้าไหมออร์แกนซา และผ้ากำมะหยี่

เราเห็นความวิจิตรของฉลองพระองค์ในแบบต่างๆ จัดแสดงอยู่กับหุ่นปกติและหุ่นแสดงแบบล่องหน ซึ่งถือเป็นเทคนิคขั้นสูงสำหรับงานพิพิธภัณฑ์ นอกจากนี้ยังมีพระมาลา (หมวก) ฉลองพระบาท (รองเท้า) รวมไปถึงวิดีโอขณะเสด็จเยือนต่างประเทศ และห้องจัดแสดงลายปักจากเมซง เลอซาจ เป็นสถาบันงานปักชั้นสูงแห่งกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ที่มร.บัลแมงเลือกให้รับผิดชอบปักฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทั้งแบบไทยและสากล

ที่ห้องจัดแสดงสุดท้าย คือ วิดีโอสัมภาษณ์มร.เลอซาจ ที่เราได้ฟังเขาพูดถึงการอุทิศตนในการเรียนรู้งานปัก รวมไปถึงวิธีการคิดออกแบบทั้งลวดลาย การเลือกใช้วัสดุ และสี แต่ที่สำคัญกว่านั้นก็คือได้มีโอกาสเห็นฉลองพระองค์ที่ตัดเย็บจากผ้ายกทองและผ้ายกไหม ซึ่งใช้วิธีการปักประดับเพื่อเน้นลวดลายให้โดดเด่นยิ่งขึ้น หากมร.บัลแมงออกแบบฉลองพระองค์โดยใช้ผ้าไหมพื้นและผ้ายกร่วมกัน มร.เลอซาจ ก็จะใช้ลายผ้ายกเป็นแบบเพื่อปักในส่วนผ้าไหมพื้นให้มีลวดลายขนาดต่างๆ หรืออาจนำลายไทยอื่นๆ เช่น ลายกนก ลายบัว ลายกระจัง ฯลฯ มาปรับใช้ เรียกได้ว่าเป็นการประยุกต์ทั้งวัฒนธรรมตะวันตกและตะวันออกเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน

Photos: Courtesy of Queen Sirikit Museum of Textiles 2016
Avatar
อัญวรรณ ทองบุญรอด นักเขียน/นักดนตรี เจ้าของผลงานหนังสือ 'เวียนนา ลาทีโด' นอกจากเล่นเชลโลแล้ว ยังชอบออกเดินทางคนเดียวอยู่เสมอๆ มิวเซียม ตลาดของเก่า ร้านกาแฟ และเมืองที่มีกลิ่นอายวัฒนธรรมเก่าแก่คือสถานที่ที่เธอชอบไป

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here