การยืนอยู่บนพื้นที่สีเทา ไม่ว่าในสถานการณ์ไหน มันคงเป็นเรื่องที่น่าอึดอัดใจอยู่ไม่น้อย พื้นที่ที่ไม่ขาว ไม่ดำ และไม่มีอะไรชัดเจน นี่เป็นคอนเซ็ปต์ของนิทรรศการ ‘In Between’

บรรยากาศนิทรรศการที่ชั้น 11 ของ Avani+ Riverside Bangkok

นิทรรศการศิลปะ In Between จัดแสดงที่โถงชั้น 11 ของโรงแรม Avani+ Riverside Bangkok Hotel เมื่อเราเดินขึ้นมาก็จะเห็นกระจกใสที่ด้านนอกมองออกไปเห็นแม่น้ำเจ้าพระยา กลายเป็นฉากหลังของงานศิลปะทั้ง 5 ชุดที่คัดสรรมาโดยทีมคิวเรเตอร์ของ อวกาศ อาร์ต (AVAgarde Art) ผลงานศิลปะหลากแขนงของศิลปินทั้ง 5 คน ได้แก่ พิชัย พงศาเสาวภาคย์, ภาวิษา มีศรีนนท์, เนียม สุรชัย มะวรคนอง, นภัทร ศักดิ์อาธรทรัพย์ และก้องกาน กันตพล เมธีกุล

Ripple of Identity
โดย พิชัย พงศาเสาวภาคย์

ส่วนที่ใกล้ทางเข้าที่สุด คืองานของ พิชัย พงศาเสาวภาคย์ ศิลปินที่มีชื่อเสียงในการสร้างสรรค์งานศิลปะเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ครั้งนี้เขาใช้แผ่นกระจกทรงกลมเป็นตัวแทนของน้ำซึ่งมีความเบา ไหลลื่น แต่ก็สามารถระเหยเจือจางได้ด้วยตัวมันเอง สะท้อนถึงวัฒนธรรมความเชื่อและค่านิยมในสังคมที่บางครั้งมันก็หล่อหลอมให้คนในสังคมนั้นๆ ค่อยกลืนไปด้วยกัน จนความเป็นปัจเจกค่อยๆ จางไป เช่นเดียวกับน้ำทีละหยดที่ค่อยๆ ลบภาพเงาสะท้อนจนเลือนหาย

————————————————-

I’m Free
โดย ก้องกาน กันตพล เมธีกุล

ถัดมาเป็นงานของก้องกาน กันตพล เมธีกุล ศิลปินไทยที่ไปโด่งดังไกลถึงนิวยอร์ก กับผลงานรูปคนที่มีลายเส้นอันเป็นเอกลักษณ์ของเขา ปรากฏอยู่บนแผ่นกระจก โดยมีฉากหลังเป็นแสงไฟของวิวเมืองในกรุงเทพฯ สะท้อนอยู่กับแม่น้ำเจ้าพระยา ดูแล้วประหนึ่งว่าผู้คนบนแผ่นกระจกเหล่านั้นกำลังมีความสุขเริงระบำและผ่อนคลาย แม้จะอยู่ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่วุ่นวายหรือเละเทะแค่ไหนก็ตาม

——————————————————–

Tung

โดย ภาวิษา มีศรีนนท์

ภาวิษา มีศรีนนท์ และผลงานศิลปะของเธอ

อีกด้านหนึ่ง เราเห็นงานศิลป์บนผืนผ้าชิ้นใหญ่ ดูคล้ายกับตุงของทางภาคเหนือ แขวนยาวขึ้นไปสูงเกือบถึงเพดาน รู้ได้เลยว่านี่คืองานของภาวิษา มีศรีนนท์ ศิลปินนักออกแบบที่หลงใหลในวัฒนธรรมท้องถิ่นผู้เคยร่วมงานกับแบรนด์แฟชั่น/ดีไซน์ระดับโลกมาแล้วมากมาย ครั้งนี้เธอใช้ความงามของรูปสัตว์ต่างๆ มาผสมผสานกลมกลึงกันอย่างไร้กรอบและกฏเกณฑ์ และการที่อยู่บนผืนผ้ารูปทรงเดียวกับตุง ก็เป็นสัญลักษณ์สื่อถึงความโชคดีหรือพลังบวกนั่นเอง

———————————————————

Mountain of Blue

โดย เนียม สุรชัย มะวรคนอง

ขณะที่งานของเนียม สุรชัย มะวรคนอง ที่ระยะหลังหันมาวาดรูปทะเลแบบมีองค์ประกอบน้อยๆ แต่ก็ทำให้เรารู้สึก “มาก” ทุกครั้งที่ได้เห็น ครั้งนี้ก็เช่นกัน การหยิบเอาเกลียวคลื่นน้ำในขณะที่กำลังก่อตัวหรือม้วนตัวมาทำให้หยุดนิ่งเป็นภาพวาด จนมองดูเหมือนเป็นรูปทรงของภูเขา มันดูมีพลังอย่างบอกไม่ถูก เหมือนจะน่ากลัว แต่อีกมุมหนึ่งก็รู้สึกสบายใจและสัมผัสได้ถึงอิสระเสรี

เนียม สุรชัย มะวรคนอง
เนียม สุรชัย มะวรคนอง

ดูงานศิลปะชุดก่อนหน้านี้ของเนียม สุรชัย มะวรคนอง

————————————————-

The Core

โดย นรภัทร ศักดิ์อาธรทรัพย์

ก่อนจะมาปิดท้ายที่งานหวานๆ ของ นรภัทร ศักดิ์อาธรทรัพย์ กับชุดภาพถ่ายดอกไม้ในกรอบรูปอะคริลิคสี่เหลี่ยมเล็กๆ ถูกแขวนอยู่ที่ผนัง เมื่อมองจากฝั่งหนึ่งจะเห็นดอกไม้ที่ยังหุบอยู่ มองไม่เห็นกลีบ จนเราไม่รู้เลยว่าเป็นดอกอะไรบ้าง แต่เมื่อเดินไปด้านหลังก็จะเห็นดอกไม้ดอกเดียวกันที่บานแล้ว อวดโฉมสวยงาม เหมือนเป็นการเปรียบเทียบสิ่งที่มองเห็นภายนอก กับตัวตนที่แท้จริงที่ซ่อนอยู่ภายใน

“It’s hard to be beautiful all the time.”  

ประโยคนี้มาจากคำพูดของนักแสดงคนหนึ่งที่มาทำ Performance Art ในพิธีเปิดนิทรรศการครั้งนี้ เธอบอกว่ามันยากที่จะคงความสวยเอาไว้ตลอด ความสวยงามภายนอกที่เกิดจากการแต่งหน้า การแต่งตัว การสร้างคาแร็กเตอร์ เพื่อสื่อสารถึงสิ่งที่เราเป็นอยู่ข้างในให้คนอื่นได้เข้าใจ ทั้งที่จริงแล้วตัวตนของเราข้างในนั้นหลากหลายและอาจเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็นนิสัย เพศ อารมณ์ และความรู้สึก ซึ่งมันคงเหนื่อยกับการที่เราต้องมาคอยจำกัดหรือจัดประเภทให้มันเป็นไปตามความพึงพอใจของสังคม

เพราะเมื่อไรที่เราต้องยืนบนพื้นที่สีเทา หรือพื้นที่ตรงกลางที่ไม่เป็นส่วนหนึ่งของอะไรเลยนั้น เราก็เหมือนไม่มีตัวตน

นิทรรศการ In Between จัดแสดงที่ชั้น 11 โรงแรม Avani+ Riverside Bangkok ตั้งแต่เวลา 10.00-22.00น. ของทุกวัน ไปจนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2563

นักเขียน/นักดนตรี ที่นอกจากเล่นเชลโลแล้ว ยังชอบออกเดินทางคนเดียวอยู่เสมอๆ มิวเซียม ตลาดของเก่า ร้านกาแฟ และเมืองที่มีกลิ่นอายวัฒนธรรมเก่าแก่คือสถานที่ที่เธอชอบไป

Leave a Reply