Reflection of Infinity คือนิทรรศการร่วมรำลึกถึง VAL ประติมากรชาวฝรั่งเศสผู้ล่วงลับ ชื่อเต็มของเธอคือ Valérie Goutard (วาเลรี กูตาร์) ศิลปินหญิงที่ย้ายจากฝรั่งเศสมาอยู่กรุงเทพฯตั้งแต่ปี 2004 เคยจัดแสดงผลงานในมิวเซียมดังๆ มาแล้วในหลายประเทศ ทั้งฝรั่งเศส ไต้หวัน สิงคโปร์ จีน ฯลฯ แต่หนึ่งในงานไฮไลท์ก็คือประติมากรรมใต้น้ำที่เกาะเต่าของไทย ที่ช่วยให้ปะการังที่ใกล้สูญพันธุ์กลับมาเติบโตในท้องทะเล ก่อนเธอจะจากไปในปี 2016

VAL exhbition
ภายในห้องนิทรรศการชั้น 2 ของ Subhashok The Arts Centre

1. ความตึงเครียด

วัสดุที่ใช้ในงานของ VAL ส่วนใหญ่คือประติมากรรมสำริด ซึ่งให้ความรู้สึกแข็งกล้า หนักหน่วง ทนทาน และท้าทายแรงโน้มถ่วง โดยเฉพาะการนำมาสร้างให้เป็นรูปทรงต่างๆ ให้กลมกลืนซะจนเราคาดไม่ถึง ซึ่งมันดูมีแรงตึง แรงต้าน เพื่อจะสร้างให้มันคงรูปอยู่ได้

Jour de Fête, 2015

2. ความเปราะบาง

แม้จะเป็นสำริด แต่เส้นสายรูป “คน” ที่คดโค้งแลดูบอบบาง เหมือนเส้นการ์ตูนที่เรามักจะวาดกันง่ายๆ สมัยเด็ก แต่ก็มีความสมดุลบนที่ว่าง ทำให้โครงสร้างที่ธรรมดาของ “ความทนทาน” และ “ความเปราะบาง” ดูแตกต่างชัดเจน

Ecstasy, 2016
Ecstasy, 2016

3. ความสุข-ความเพลิดเพลิน

หลายชิ้นที่หุ่นคนของ VAL แหงนหน้าขึ้น หรือทำท่าทางแบบรีแล็กซ์ บางทีก็นั่งพูดคุย (Conversation au parc) หรือทำกิจกรรมชิลๆ อย่างการขี่จักรยาน (Jour de Fête, 2015)

Conversation au parc II, 2010
Servant, 2007

4. ความท้าทาย

เราเห็นงาน Cadence, 2014 ที่เป็นคน 3 คนมุ่งหน้าเดินขึ้นเขาหรือทางชัน, งาน Acrobat, 2010 คน 4 คนทำกายกรรมต่อตัว, งาน Inéquilibre II, 2014 ที่แปลว่าความไม่สมดุล ซึ่งทำเป็นสี่เหลี่ยมบิดเบี้ยวต่อกันขึ้นไปอย่างไร้ระเบียบ ล้วนแต่ทำให้เราสัมผัสได้ถึงความท้าทาย ทั้งในเชิงของตัวหุ่น และการทำงานของศิลปินเอง

Inéquilibre II, 2016
Inéquilibre II, 2016
Cadence, 2014
Le toit du monde, 2011

5. ความโกลาหล ยุ่งเหยิง และสับสน

งาน Chaos, 2016 มาพร้อมรูปทรงคล้ายตัวอักษร ‘M’ ที่เป็นแท่งที่มาปะติดปะต่อกันแบบไม่เรียบร้อย เหมือนพิงๆกันไว้ ไร้การยึดติด ขณะที่งาน Crossing the Ordeal, 2016 ก็แสดงให้เห็นถึงอุปสรรคหรือประสบการณ์แสนสาหัสบางอย่าง

Apparition, 2016

6. ความสัมพันธ์

งานช่วงหลังๆ ของ VAL จะมาเป็นตัวคนแบบคู่ๆ หลายชิ้น หลังจากที่เธอเริ่มสร้างความสัมพันธ์ และสร้างครอบครัว ก่อนจะตั้งรกรากอยู่ในประเทศไทยอย่างจริงจัง อย่างเช่น งาน Couple coquin sur plaque Rectangulaire, 2009 คนเดินจูงแขนกัน และ Tree of Love, 2016 คนสองคนนั่งอยู่บนต้นไม้ด้วยกัน เป็นต้น

Tree of Love VAL
Tree of Love, 2016

7. มายาและสิ่งลวงตา

เมื่อ VAL ได้หันมาใช้วัสดุแก้วในงานชุดหลังๆ ของเธอ ก็สร้างความแปลกใหม่ เพราะชิ้นส่วนของแก้วทุกชิ้นมีเอกลักษณ์ในตัวเอง ตั้งแต่ภายนอกไปถึงฟองอากาศที่เกิดขึ้นภายใน มันไม่มีวันเหมือนเดิม ขณะเดียวกันในความโปร่งใสนั้น มันสะท้อนถึงโลกแห่งจินตนาการและโลกที่กำลังมีอยู่ หรือมิติทางจิตวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์

8. ความตาย

หากเราดูงานทั้งหมดทั้งมวลดีๆ งานของ VAL เหมือนเป็นการทำความเข้าใจชีวิต และกระบวนการมีชีวิต โดยที่มีความตายเป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงของกระบวนการมีชีวิตที่ยาวขึ้น และการตระหนักถึงความตายจะช่วยให้โชคชะตามีความหมายอย่างเต็มที่

“หากการเกิดเป็นเมล็ดพันธุ์ ความตายก็เป็นผลผลิต”

นิทรรศการ Reflection of Infinity เปิดให้เข้าชมฟรีที่ SAC Gallery สุขุมวิท 39 วันนี้จนถึง 14 มี.ค. 2021 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.sac.gallery

นักเขียน/นักดนตรี ที่นอกจากเล่นเชลโลแล้ว ยังชอบออกเดินทางคนเดียวอยู่เสมอๆ มิวเซียม ตลาดของเก่า ร้านกาแฟ และเมืองที่มีกลิ่นอายวัฒนธรรมเก่าแก่คือสถานที่ที่เธอชอบไป

Leave a Reply