“เราไม่มีเรื่อง เพราะเราไม่อยากมีเรื่อง” นี่คือคำตอบจากศิลปินเจ้าของนิทรรศการ Shades ซึ่งกำลังจัดอยู่ที่ชั้น 2 ร้าน Yarnnakarn หลังจากที่เราถามว่านิทรรศการครั้งนี้เกี่ยวกับอะไร

บริเวณชั้น 2 ของ Yarnnakarn เป็นสเปซสำหรับแกลเลอรี่แสดงงานศิลปะ

หลายครั้งผู้คนมาดูงานศิลปะพร้อมกับพกพาคำถามมาจากบ้านเลยว่า งานนี้เกี่ยวกับอะไร เล่าเรื่องอะไร สิ่งนั้นสิ่งนี้มีหมายความว่าอย่างไร แต่สำหรับป๊อด ธนชัย อุชชิน เขาพยายามทลายกรอบเหล่านั้นด้วยศิลปะแอ็บสแตร็กต์ เพราะการเสพศิลปะจริงๆ แล้วเราไม่ต้องคาดหวังที่จะรู้เรื่องก็ได้ แค่ปล่อยให้ตัวเองรู้สึกกับสิ่งตรงหน้า

เมื่อก่อนเราคุ้นเคยกับพี่ป๊อดในภาพของนักร้องนำวงโมเดิร์นด็อกกับดนตรีร็อกที่หนักหน่วง แต่อีกด้าน พี่ป๊อดเรียนจบครุอาร์ต จุฬาฯ และทำงานศิลปะมานานแล้ว ดนตรีเป็นสื่อหนึ่งที่เขาใช้สื่อสารในช่วงต้น แต่ระยะหลัง เราก็เริ่มมีโอกาสได้เห็นการสื่อสารของพี่ป๊อดในแง่ของภาษาภาพมากขึ้น ผ่านงานเพนต์ติ้งหลากหลายชิ้น ซึ่งสำหรับนิทรรศการครั้งนี้ พิเศษตรงที่ว่า เป็นครั้งแรกที่พี่ป๊อดได้ลองทำงานประติมากรรม 3 มิติอย่างงานเซรามิก ดังนั้น นอกเหนือไปจากการสะบัดฝีแปรงสาดสีบนผืนผ้าใบแล้ว ยังนำมาสู่การปั้นดินเป็นรูปร่างตามอารมณ์และสัญชาตญาณของเขา

ชื่อนิทรรศการ Shades มีทีมาที่ไปอย่างไร?

POD: Shades เป็นเรื่องของโทนสี เฉดสี ตัวภัณฑารักษ์มองว่าผมมีเฉดสีมากมายอยู่ในงาน บางครั้งผมเองก็เพิ่งค้นพบว่าผมมีเฉดนี้ด้วยเหรอ มันคล้ายๆกับว่างานศิลปะมันหลอกไม่ได้ มันออกมาเองเพราะมันเป็นสิ่งที่อยู่เบื้องลึกในตัวเรา บางทีเราแอบตกใจว่าเรามีสีที่ไบร์ทแบบนี้เหรอ เรามีสีที่หวานขนาดนี้ด้วยเหรอ

อะไรคือแรงบันดาลใจเบื้องหลังการทำงานศิลปะ และนิทรรศการครั้งนี้?

POD: ศิลปะเป็นอีกทางนึงที่ผมใช้ในการนำเสนออารมณ์กับความคิดนอกเหนือไปจากเพลงที่ทำเป็นหลักอยู่แล้ว ก็จะมีบางช่วงที่อยากจะเปลี่ยนจากเพลงมาเป็นภาพบ้าง ส่วนงานในครั้งนี้คือการเอางานภาพที่ได้ทำไว้มาผสมกับการสร้างสรรค์งานใหม่เป็นเซรามิก เพราะ Yannakarn ซึ่งเป็นสถานที่ที่จัดแสดงเป็นโรงงานและชอปเซรามิกด้วย เลยอยากลองเอาจุดเด่นของสถานที่นี้มาผสมผสานกับงานของตัวเอง”

ปกติเราเคยเห็นแต่งานดนตรีและงานภาพวาด ครั้งนี้แปลกขึ้นเพราะมีเซรามิก การขยับจากงานสองมิติมาเป็นสามมิติแบบนี้ มีวิธีคิดอะไรที่เปลี่ยนไปบ้างรึเปล่า?

POD: จริงๆ แล้วก็จะเรียกว่าเป็นสิ่งใหม่เลยแค่อาจจะเคยทำมาบ้างเล็กๆน้อยๆ ปั้นถ้วยเพลินๆ แต่ก็ยังคงความสนุกเป็นหลักนะครับ เรียกว่ามาแจมกับเขาแล้วกัน เพราะว่าที่ Yannakarn ก็เป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องเซรามิกอยู่แล้ว เราก็เอาความรู้สึกของเรามาเล่นกับงานดิน ปล่อยตามสัญชาตญาณเลย แต่ใช้วิธีการของเขามาช่วยให้ออกมาเป็นชิ้นงาน

นอกจากเรื่องงานเซรามิกที่เป็นงานใหม่แล้ว นิทรรศการครั้งนี้มีการพัฒนาจากครั้งก่อนๆ ในเรื่องแนวคิดและเทคนิคอย่างไร?

POD: เรื่องเทคนิคจะมีพัฒนาการไปเรื่อยๆ จากการลองนู่นนี่ของผม เรื่องพัฒนาน่าจะเป็นเรื่องความต่อเนื่องมากกว่า จริงๆ แล้วผมยังทำเหมือนกับเขียนไดอารี่อยู่นะ เป็นเรื่องของแต่ละวันที่เราเห็นพัฒนาการที่มันไหลต่อเนื่องจากที่ผ่านมา เราจะรู้สึกว่า เออ เฮ้ย! เราเริ่มเข้าใจภาพเขียนตัวเองมากขึ้น แต่ไม่รู้ว่าคนอื่นจะรู้สึกไปด้วยรึเปล่านะ (หัวเราะ) ผมจะเป็นคนที่ทำงานภาพอยู่ตลอด ส่วนใหญ่ก็จะโพสต์ลงในอินสตาแกรมไว้ ปกติจะเขียนเพลง แต่มันมีบางช่วงที่เราอยากจะอธิบายอารมณ์ แต่เราไม่อยากพูดด้วยภาษาพูด ซึ่งการวาดภาพมันมาตอบโจทย์ตรงนี้ได้ โดยเฉพาะภาพแอ็บสแต็รกต์ ที่เราไม่จำเป็นจะต้องเล่าเรื่องราวแบบใครทำอะไรที่ไหนอย่างไร มันเป็นแค่ก้อนอารมณ์ เราก็เลยเลือกที่จะใช้อารมณ์ในแต่ละวันผลิตสร้างสรรค์ภาพวาดของเราออกมา

ความหมายของแอ็บสแตร็กต์อาร์ตในมุมมองของพี่ป๊อด

POD: ความหมายของแอ็บสแต็รกต์คือ ไม่ต้องรู้เรื่องแต่ให้รู้สึก เพราะฉะนั้นไม่มีถูกไม่มีผิด ไม่มียากไม่มีง่าย จริงๆ อาจจะเรียกว่าง่ายเลยก็ได้นะ เพราะว่าทุกคนมีความรู้สึก เพราะฉะนั้นมันเลยเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถใช้ความรู้สึกในการดูได้หมดเลย เราอย่าไปกลัวว่าศิลปะมันเป็นเรื่องสูงส่ง มันมีคำศัพท์อะไรมากมาย มีภาษาศิลปะที่ฉันเข้าไม่ถึง จริงๆ แล้วแค่เราดูงานชิ้นนั้นแล้วเรารู้สึกยังไง นั่นแหละคือคำตอบของงานชิ้นนั้น

ถือเป็นการปลดปล่อยอารมณ์ล้วนๆ และไม่ได้มีแมสเสจหรือแนวคิดอะไรที่ต้องการสื่อให้คนดูใช่ไหม?

POD: ไม่มี เพราะเราหนีจากการมีเมสเสจ การไม่มีเมสเสจ เพราะว่าเราอยากจะออกจากเมสเสจ เราไม่มีเรื่อง เพราะเราไม่อยากมีเรื่อง ทุกวันนี้เรื่องมันเยอะอยู่แล้ว บางครั้งเราอยากจะไปในที่สักที่นึงที่มันไม่มีเรื่อง ไปปล่อยให้ความคิดไหลมันออกมา ผมคิดว่าเรื่องความรู้สึกถ้าเราเลือกที่จะส่งมันลงไปในศิลปะ โดยไม่ได้เอาอารมณ์ของเราไปกระทบกับสิ่งรอบตัว เราถ่ายเทให้ถูกที่ มันก็จะเป็นสิ่งสร้างสรรค์

ยุคแรกๆ เราจะคุ้นเคยพี่ป๊อดกับภาพของโมเดิร์นด็อก ดนตรีร็อกที่ค่อนข้างหนัก แต่ต่อมางานดนตรีของพี่ป๊อดก็เริ่มมีเพลงช้าหวานๆ หรือแม้กระทั่งล่าสุดก็มีการใช้เครื่องสายด้วย สิ่งที่เปลี่ยนไปมันเป็นเหมือนการสำรวจด้านแต่ละด้านของตัวเองไปเรื่อยๆ รึเปล่า?

POD: ผมคิดว่าดนตรีและศิลปะที่ผมทำมันคือการตรวจสำรวจตัวเองเนี่ยแหละ มันคือเส้นทางของการพัฒนาชีวิต พัฒนาตัวเอง มันทำให้เราเข้าใจตัวเอง ตั้งแต่เขียนเพลงชุดแรก เราก็สะท้อนตัวเอง มีความสงสัยในชีวิต เราก็เอามาเขียนเป็นเพลง เราเข้าใจชีวิต เราก็เอามาเขียนเป็นเพลง เรารู้สึกยังไงเราวาดเป็นรูป ใช้ศิลปะและดนตรีเป็นกระบวนการศึกษาชีวิต ปลดปล่อยออกมาเป็นชิ้นงาน เราก็ได้เห็นชีวิตเราที่มันเติบโตขึ้นในแต่ละช่วง

ความเหมือนความต่างระหว่างศิลปะและดนตรี?

POD: คล้ายกันมากเลย จริงๆ แล้วพอเราทำทั้งสองอย่าง เราเริ่มเห็นแล้วว่ามันคือสิ่งเดียวกัน มันแค่เปลี่ยนภาษาเท่านั้นเอง อันหนึ่งเป็นภาษาเพลงอีกอันเป็นภาษาภาพ

การทำงานศิลปะของพี่ป๊อดนั้นเพิ่อตัวเองหรือเพื่อคนอื่น?

POD: จะว่าไปก็ส่วนใหญ่จะทำเพื่อสนองตัวเองก่อน เราทำแล้วเราต้องรู้สึกว่าเราอิ่มเอมกับมัน แล้วทีนี้ถ้าสิ่งที่เราอิ่มเอม บังเอิญมีคนมาร่วมอิ่มด้วย มันสุขล้น คล้ายๆ เพลง ทุกเพลงเราแต่งเพื่อที่จะตอบความรู้สึกในใจเรา แต่บังเอิญมีคนอื่นมาฟังแล้วชอบ อินไปด้วย ฟังแล้วเขามีความสุข นั่นคือกำไรที่แท้จริงของเรา

มีงานแบบไหนที่ยังอยากทำเพิ่มอีกไหม?

POD: ผมอยากทำชิ้นใหญ่ ผมยอมรับว่าถ้าเปรียบเทียบเป็นวงดนตรี ผมอาจจะยังเล่นเล่นโฟล์กซองอยู่ในร้านกาแฟ บางทีก็อยากไปเล่นอิมแพคบ้าง รูปเล็กๆ มันก็เหมือนเล่นในร้านเล็กๆ แต่ถ้าผมทำชิ้นใหญ่ๆ มันใช้พลังเหมือนกับไปเล่นอิมแพคเลย ซึ่งตอนนี้เวลาผมเจอเฟรมใหญ่ๆ มันมีความเกร็ง มันยังกวาดมือไปไม่ทั่ว มันเหมือนเรายังเต้นอยู่แค่นี้แคบๆ

คิดว่าช่วงชีวิตของตัวเองตอนนี้เหมือนเฉดสีไหนมากที่สุด?

POD: ผมเป็นคนที่หลากหลายมากเลยนะ มันเป็นวันๆ ไป วันนึงก็มีหลายเฉด ผมเป็นคนที่มีหลากหลายเฉดมาก แต่ถ้าโดยองค์รวมๆ แล้วผมเห็นตัวเองเป็นสี indigo ผมรู้สึกอย่างนั้น สีคล้ายเสื้อที่ใส่วันนี้ๆ เลย รู้สึกวันนี้ใส่แล้วสบายใจ

ป๊อด ธนชัย อุชชิน ศิลปินเจ้าของผลงานในนิทรรศการ Shades

นิทรรศการ Shades จัดแสดงผลงานเพนต์ติ้งและเซรามิกโดยธนชัย อุชชิน ที่ชั้น 2 Yarnnakarn+ AGO Buiding ซอยนางลิ้นจี่ 4 ตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ – 31 มีนาคม 2563

Anantaya P
อนันตญา พรวิเชียรวงศ์ สาวอักษรปีสุดท้ายที่กำลังค้นหาตัวตนจากการเขียน มีความฝันจะทำงานเขียนให้กลายเป็นอาชีพ เพื่อหาเงินมาเลี้ยงแมว มือใหม่หัดท่องเที่ยวที่กำลังเตรียมพร้อมจะออกท่องโลกหลังเรียนจบ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here