เมื่อความยั่งยืนกลายมาเป็นเทรนด์หลักของการท่องเที่ยวยุคใหม่ Patina Maldives รีสอร์ทใหม่บนหมู่เกาะ Fari Islands ของมัลดีฟส์ จึงหยิบเอาเรื่องการตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมมาเป็นคอนเซ็ปต์หลัก ตั้งแต่แนวทางการลดขยะจากครัวให้เหลือศูนย์ (Zero Waste Kitchen) การสร้าง Kid’s club ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ 100% ร้านอาหารภายในรีสอร์ทที่ปรุงแบบ plant-based (เมนูที่ปรุงจากพืชเป็นหลัก) ไปจนถึงการเก็บขยะพลาสติกในท้องทะเล และการสอนดำน้ำฟรีให้กับเด็กๆ ชาวมัลดิเวียนในท้องถิ่น เพื่อปลูกฝังความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อม

ภาพถ่ายมุมสูงของเกาะ Fari Islands

พาทิน่า มัลดีฟส์ (Patina Maldives) คือรีสอร์ทใหม่ภายใต้แบรนด์ Patina Hotels & Resorts ในเครือ Capella Hotel Group ได้เปิดตัวขึ้นใหม่บนเกาะ Fari Islands ในช่วงกลางปี 2021 ด้วยคอนเซ็ปต์หลักในการอนุรักษ์ธรรมชาติอันสวยงามให้อยู่ตราบนานเท่านาน และให้คุ้มค่ากับที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกใฝ่ฝันอยากเดินทางมามัลดีฟส์ โดยเน้นไปที่การปลูกฝังคนรุ่นใหม่เพื่อความยั่งยืน

สระว่ายน้ำสุดกว้างขวางภายในรีสอร์ท
พูลวิลล่าสุดหรูของ Patina Maldives

เดินทางได้ง่ายโดยเรือเพียง 45 นาทีจากสนามบินมาเล่

ที่นี่ได้สถาปนิกชาวบราซิลเลียนชื่อดังอย่าง Marcio Kogan มาออกแบบรีสอร์ทในสไตล์ร่วมสมัย คลีนๆ เท่ๆ เน้นเส้นสายและรูปทรงเรขาคณิต แต่มีการจัดวางสีได้น่าสนใจ และเชื่อมโยงกับธรรมชาติรอบข้าง มีห้องพักตั้งแต่แบบ 1 ถึง 3 ห้องนอน ในรูปแบบติดบีชและพูลวิลล่ากลางน้ำ (Water Pool Villas) ทั้งหมด 90 หลัง ไปจนถึงสตูดิโอ (Fari Studios) อีก 20 ห้อง ซึ่งทุกแบบ แขกจะได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิดในบรรยากาศที่สงบเงียบและผ่อนคลาย บนหมู่เกาะ Fari ทางตอนเหนือของมัลดีฟส์ ใช้เวลาเดินทางโดยเรือรับส่งอันหรูหราเพียง 45 นาทีจากสนามบิน Malé International Airport

ถ้าถามว่าที่ Patina Maldives เหมาะกับใคร ก็คงต้องเป็นนักเดินทางรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม เพราะเราจะได้เห็นการทำงานด้าน hospitality ที่เน้นความยั่งยืนของธรรมชาติในทุกรายละเอียด ด้วยความที่ต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลงในทางบวกกับโลกผ่านทุกภารกิจที่ทำ ที่นี่ถือเป็นรีสอร์ทแห่งแรกในมัลดีฟส์ที่ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ 100% ในศูนย์กิจกรรมสันทนาการและการดำน้ำ และ Kid’s club ซึ่งเด็กๆ จะได้ลองฝึกการทำขยะพลาสติกในท้องทะเลให้กลายเป็นโมเดลของเล่นด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติและเทคโนโลยีเลเซอร์คัท เสริมด้วยสตูดิโอฝึกทำอาหาร ที่ให้เด็กๆ ได้ใช้วัตถุดิบท้องถิ่นที่เป็นออร์แกนิก มารังสรรค์เมนูแบบ plant-based หรือใช้พืชเป็นหลักด้วย

ในขณะที่เด็กๆ ท้องถิ่นชาวมัลดิเวียนเอง ทางรีสอร์ทก็เปิดโอกาสให้มาเรียนดำน้ำฟรี พร้อมประกาศนียบัตร เพื่อปลูกฝังการดูแลและอยู่ร่วมกับท้องทะเล สร้างความตระหนักรู้ในด้านสิ่งแวดล้อม ให้เขาเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่รักษ์โลกและดูและท้องทะเลบ้านเกิดของเขาในรุ่นต่อไป

ทุกการเข้าพัก จะเก็บขยะพลาสติกในทะเลให้ได้ 10 กิโลกรัม

เป้าหมายที่สำคัญอย่างหนึ่งของ Patina Maldives คือการช่วยลดมลพิษทางทะเลและช่วยปลูกปะการังฟื้นฟูระบบนิเวศ โดยจะมีกิจกรรมให้พนักงานของรีสอร์ทและแขกที่สนใจร่วมทำความสะอาดหาดทรายทั้งในพื้นที่ของรีสอร์ทเองและหมู่เกาะใกล้เคียง ในทุกๆ การเข้าพัก จะเก็บขยะพลาสติกในท้องทะเลให้ได้ 10 กิโลกรัม เพราะอย่างที่รู้กันว่าขยะพลาสติกเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้พวกเต่าทะเลมากินแล้วก็ตายลงเป็นจำนวนมาก

Beach Club

ในเรื่องของอาหารการกิน ทางรีสอร์ทจะรังสรรค์เมนูอาหารและเครื่องดื่มที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น มีผักหลากหลายชนิดและสมุนไพรจากในสวน ซึ่งทั้งพืขและสัตว์ก็จะนำมาใช้ปรุงแทบทุกส่วนตั้งแต่รากถึงใบ หรือจมูกถึงหาง เพื่อให้เหลือทิ้งเป็นของเสียน้อยที่สุด เน้นรสชาติและคุณภาพที่เป็นเลิศ ไม่เว้นแม้แต่เมนู plant-based หรืออาหารที่มาจากพืชเป็นหลัก เขาคอนเฟิร์มว่าถึงจะเป็นคนที่ไม่ได้มีไลฟ์สไตล์ทานอาหารแบบ plant-based อยู่แล้ว แต่ถ้าได้มาชิมก็ต้องติดใจ ที่สำคัญ ยังผลิตและบรรจุขวดน้ำดื่มเองภายใต้แบรนด์ Nordaq ด้วย

การเดินทางมาเที่ยวมัลดีฟส์เพื่อปล่อยใจให้อยู่กับธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ นอนฟังเสียงคลื่น และดำน้ำดูปะการัง ไปพร้อมๆ กับการทำกิจกรรมที่ได้ดูแลสิ่งแวดล้อมไปด้วย ย่อมทำให้พลังงานที่ดีของธรรมชาติส่งต่อกลับคืนมายังจิตใจของเราได้อย่างเต็มเปี่ยมเช่นกัน

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://patinahotels.com/maldives-fari-islands/

Leave a Reply