ในช่วงภาวะวิกฤติโรคระบาดตอนนี้ แม้จะทำให้การท่องเที่ยวถูกแช่แข็งเอาไว้ชั่วขณะ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจการบิน โรงแรม ร้านอาหาร หรือการท่องเที่ยวชุมชนต่างๆ แต่เราเชื่อว่าหลายคนยังโหยหาการเดินทางอยู่ และแน่นอนว่าหลายคนใช้ช่วงเวลานี้ในการนั่งดูรูปท่องเที่ยวเก่าๆ ที่เคยสร้างความประทับใจ

Union ที่ The Opposite House ปักกิ่ง ประเทศจีน

ทำไมในใจของมนุษย์แทบทุกคนถึงโหยหาการเดินทาง? เราคิดว่ามันเป็นเรื่องของประสบการณ์เวลาที่เราได้ไปเจออะไรใหม่ๆ โดยเฉพาะสิ่งที่แตกต่างจากความคุ้นชินของเรา มันจึงกลายเป็นแรงบันดาลใจที่สำคัญของการใช้ชีวิตและก่อเกิดความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ด้วย ในส่วนของพื้นที่เอาท์ดอร์นั้น ‘วัฒนธรรม’ เป็นสิ่งที่ทำให้แต่ละภูมิภาคมีความแตกต่างกัน ขณะที่พื้นที่อินดอร์อย่างเช่นโรงแรมที่พักต่างๆ มันจะสร้างความแตกต่างได้ก็ขึ้นอยู่กับการออกแบบ เพราะเรื่องดีไซน์นั้นมีผลต่ออารมณ์ความรู้สึกของผู้คนอย่างปฏิเสธไม่ได้

เรามาทำความรู้จักเรื่องแนวคิดการดีไซน์ภายในโรงแรม กับหนึ่งในผู้ก่อตั้ง AvroKO บริษัทด้านการออกแบบนวัตกรรมที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในแวดวงลักชัวรี่โฮเทลระดับโลก วิลเลียม แฮร์ริส (William Harris) ซึ่งลาวีอองโร้ดได้ไปพูดคุยกับเขาที่ Champagne Bar โรงแรม Waldorf Astoria Bangkok มาเมื่อไม่กี่เดือนก่อน และพื้นที่ส่วนนี้เองก็เป็นผลงานการออกแบบที่โดดเด่นแห่งหนึ่งของทีม AvroKO

Champagne Bar at Waldorf Astoria Bangkok

AvroKO เกิดจากการรวมตัวของพวกเรา 4 คนซึ่งรู้จักกันตั้งแต่สมัยเรียนครับ ได้แก่ อดัม ฟาร์มเมรี (Adam Farmerie), เกร็ก แบรดชอว์ (Greg Bradshaw), คริสตินา โอ นีล (Kristina O’Neal) และก็ผมเอง เรามีไอเดียไปในทางเดียวกัน คือเรื่องของแนวคิดพื้นที่การออกแบบ โดยจะโฟกัสที่ Hospitality ธุรกิจการบริการท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหารและบาร์ เป็นต้น เราต้องการสร้างสรรค์พื้นที่ที่แฝงไปด้วยแนวคิดที่น่าสนใจ มีความอบอุ่น ให้ประสบการณ์ที่แตกต่างและเชื่อมโยงกับอารมณ์ความรู้สึกของผู้คน” วิลเลียมเดินทางมาจากนิวยอร์ก บริษัทของเขาที่นั่นมีทีม 59 คน และก็ยังมีสตูดิโออยู่ที่กรุงเทพฯ ซานฟรานซิสโก และลอนดอนอีกด้วย เขาจึงเดินทางไปมาอยู่ตลอด

From the left: Adam Farmerie, Greg Bradshaw, Kristina O’Neal, William Harris

โปรเจ็กต์ของ AvroKO ปัจจุบันมีอยู่มากกว่าใน 21 ประเทศ 32 เมือง และมีหลายแห่งที่ได้รับรางวัลด้านการออกแบบ สำหรับในเอเชีย “นอกจาก Waldorf Astoria Bangkok แล้ว ก็ยังมีโรงแรม Rosewood Bangkok โรงแรม The Opposite House ปักกิ่ง และโปรเจ็กต์ที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่าง The Standard Phuket ซึ่งเป็นการนำเอาแบรนด์นิวยอร์กมาที่เมืองไทยแต่มีการทำงานร่วมกับศิลปินและครีเอทีฟท้องถิ่นด้วย นอกจากนี้ก็มีโรงแรม Four Seasons ที่กรุงเทพฯ เราทำ social club แล้วก็จะมีร้านอาหารไทย ร้านอาหารฝรั่งเศส ได้วิวแม่น้ำของย่านเจริญกรุง กำลังจะเปิดเร็วๆ นี้” เขาเล่า

Nan Bei ที่ Rosewood Bangkok

สไตล์หรือเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในงานออกแบบของ AvroKO เป็นอย่างไร “เราสร้างสิ่งแวดล้อมโดยรวมที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ มักจะมีองค์ประกอบของศิลปะหรือชิ้นงานศิลปะ มีสตอรี่บางอย่างที่บอกเล่าเรื่องราวน่าสนใจ เราสนใจอะไรที่ยูนีกไม่เหมือนใคร และชื่นชอบวัสดุธรรมชาติที่สวยงาม หนัง ไม้ หรืออะไรที่มันให้ความรู้สึก ให้เราเชื่อมโยงกับโลกและธรรมชาติ อะไรที่มีความชนบทหน่อยๆ เล่นกับไลท์ติ้งดีไซน์ด้วย มีเลเยอร์ทั้งในเรื่องของพื้นผิว ดีไซน์ และเรื่องราว ที่สำคัญมีเรื่องของพลังงานที่เราพยายามจะนำเข้ามาในสเปซการออกแบบของเรา”

Penthouse Bar & Grill at Park Hyatt Bangkok

พอลองนึกดู โรงแรมต่างๆ ที่เราเคยได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียน ซึ่งเป็นผลงานการออกแบบของทีม AvroKO นั้น เราก็ได้ความรู้สึกเหล่านี้จริงๆ ซึ่งในฐานะคนเดินทาง บางทีเราไม่รู้ตัวและไม่ได้แจกแจงรายละเอียดออกมา แต่ที่จริงมันซึมเข้าไปในประสบการณ์และอารมณ์ เราอาจบอกได้แค่ว่าเราอยากกลับไปพักที่นั่นอีก เพราะมันเป็นความรู้สึกที่ดีที่ได้ใช้เวลาอยู่ตรงนั้น ท่ามกลางแนวคิดการออกแบบที่ถูกไตร่ตรองมาอย่างละเมียดละไมแล้ว และยิ่งมันเป็นสเปซที่มีความยูนีกมากเท่าไร เราก็ยิ่งจดจำได้

Lennon at Rosewood Bangkok

“ผมสนใจเรื่องศิลปะและดีไซน์มาตั้งแต่เด็กแล้วนะ ครอบครัวของผมเป็นอาร์ทิสต์อยู่แล้ว คุณยายเป็นจิตรกร คุณป้าเป็นช่างภาพ และตอนเด็กๆ ที่บ้านก็ซื้ออุปกรณ์เจ๋งๆ มาให้ผม ตอนนั้นเรารู้สึกว่าทุกอย่างมันมีขนาดใหญ่ไปหมด เรารู้สึกตื่นตา รู้สึก amazing เขาก็สอนว่าแต่ละอย่างมันใช้งานยังไง ชาร์โคลใช้ยังไง ผมก็ใช้มันเป็นเครื่องมือในการเล่นสนุกและก็ได้แสดงความคิดของตัวเองออกมา” วิลเลียมเล่าย้อนถึงที่มาของความหลงใหลในศิลปะ “ผมค่อนข้างเป็น Introvert เก็บตัว ฉะนั้นก็เลยชอบที่จะได้เล่นนั่นนี่แล้วก็โฟกัสกับมันอยู่ในห้องตัวเอง บ้านเกิดของผมอยู่นอกเมืองนิวยอร์ก จะมีความธรรมชาติหน่อย มีแม่น้ำ ทำให้ผมมีแรงบันดาลใจทางศิลปะเยอะมาก ทุกวันนี้ถึงแม้จะอยู่ในเมือง แต่ช่วงวีคเอนด์ผมก็ยังกลับไปที่นั่น ดื่มด่ำกับธรรมชาติ หรือบางทีก็ขับรถแล้วเดินทางไปตามล่าหาของแอนทีก แถวย่าน hudson valley จะมีของเก่าเจ๋งๆ เยอะมาก”

William Harris ดีไซเนอร์หนึ่งในผู้ก่อตั้ง AvroKO

และแน่นอนว่า นอกจากศิลปะและดีไซน์แล้ว เขาก็ยังหลงใหลการเดินทางเอามากๆ ด้วย “ผมได้แรงบันดาลใจจากการได้ไปเจอวัฒนธรรมที่แตกต่าง มันสำคัญมากนะครับในการมีมุมมองแบบสากล (global perspective) ไปดูว่าผู้คนแต่ละที่เขาใช้ชีวิตกันอย่างไร บางครั้งเราก็เก็บเกี่ยวองค์ประกอบบางอย่างจากวัฒนธรรมต่างๆ แล้วก็มาตีความ เพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่ได้ ผมเป็นสายกิน ฉะนั้นเวลาเดินทางก็จะชอบไปหาของกินอร่อยๆ อย่างญี่ปุ่นก็ไปบ่อย เมืองไทยเองก็เป็นที่ที่มหัศจรรย์มาก โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ซึ่งมีวัฒนธรรมที่น่าสนใจ ผู้คนนิสัยดี อาหารอร่อย งานดีไซน์ก็มีความละเอียดอ่อนและเล่นกับความรู้สึกมากๆ”

ถึงตรงนี้เราเข้าใจแล้วว่าทำไมเราถึงยังจำสถานที่บางแห่งได้ดีมากๆ และรอวันที่จะได้กลับไปอีกครั้ง งานออกแบบนั้นไม่ใช่เรื่องของความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของการสร้างความทรงจำ…

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริษัท AvroKO Design ได้ที่ www.avroko.com

Avatar
อัญวรรณ ทองบุญรอด นักเขียน/นักดนตรี เจ้าของผลงานหนังสือ 'เวียนนา ลาทีโด' นอกจากเล่นเชลโลแล้ว ยังชอบออกเดินทางคนเดียวอยู่เสมอๆ มิวเซียม ตลาดของเก่า ร้านกาแฟ และเมืองที่มีกลิ่นอายวัฒนธรรมเก่าแก่คือสถานที่ที่เธอชอบไป

Leave a Reply