อยากเก็บกระเป๋า ไปจองตั๋วเครื่องบินไปเที่ยวยุโรปกันแล้วใช่ไหมในตอนนี้ เพราะว่าโซนยุโรปนั้นสามารถบินไปเที่ยวได้แบบไม่ต้องกักตัว เพียงแค่มีวีซ่า (Visa) พร้อม ตั๋วเครื่องบิน และที่พักพร้อม ก็เตรียมตัวบินไปเที่ยวกันได้เลย ซึ่งหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจก็คือ “อิตาลี” (Italy) จุดหมายปลายทางสุดสวย เป็นที่น่าเที่ยวที่สุดของยุโรปใต้ แหล่งอารยธรรมโรมันโบราณและมรดกโลก บรรยากาศแสนคลาสสิก อบอวลไปด้วยความโรแมนติก และมีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์ ทั้งอาคารบ้านเรือน สถาปัตยกรรม และวิวทิวทัศน์ของธรรมชาติ แต่ก่อนจะจองตั๋วเครื่องบินไป อิตาลี กับ Traveloka ก็อย่าลืมแวะไปเช็คมาตรการสนามบินทั้งในประเทศ และนอกประเทศ ได้ที่นี่ > https://www.traveloka.com/th-th/flight/safe-travel

อิตาลี สวยจริงไรจริง แถมยังมี “15 จุดถ่ายรูปสวยอิตาลี สุดอลังการ บินไปอิตาลีแล้วต้องปักหมุด” ให้นักเดินทางได้จดลิสต์สถานที่ห้ามพลาดเพียบเลย

ทางไปจองตั๋วเครื่องบินไปโรม (Rome) กับ Traveloka > https://www.traveloka.com/th-th/flight/to/Rome.FCO

1. กรุงโรม (Rome)

กรุงโรม เมืองหลวงและเป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 1 ของอิตาลี เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน สถานที่เที่ยวอิตาลีที่พลาดไม่ได้มีมากมาย อย่างเช่น “โคลอสเซียม” (Colosseum) ลานประลองแก่ผู้ต่อสู้ระหว่างนักรบกลาดิเอเตอร์และสัตว์ป่า “เนินเขาพาลาติเน” (Palatine Hill) ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของอาณาจักรโรมัน “โรมันฟอรัม” (Roman Forum) ศูนย์กลางการปกครองของชาวโรมันโบราณ และ “น้ำพุเทรวี” (Trevi fountain) จุดถ่ายรูปยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ใครที่แพลนจะไปเที่ยวโรม บอกเลยว่าต้องชาร์จแบตกล้องถ่ายรูปไปให้เต็มหน่อยละ เพราะที่เที่ยวสวยๆ เพียบเลย

2. เมืองเวนิส (Venice)

“เมืองเวนิส” ที่เที่ยวอิตาลีสุดโรแมนติกของเหล่าคู่รัก ตั้งอยู่ที่แคว้นเวเนโต (Veneto) เวนิสประกอบด้วยเกาะเล็กๆ ประกอบกันขึ้นเป็นลากูน (lagoon) ผืนน้ำที่คั่นระหว่างเกาะต่างๆ มีสะพานเชื่อมมากกว่า 400 แห่ง นับเป็นเมืองที่มีคลองมากที่สุดในโลก และมีเรือกอนโดลาเป็นสัญลักษณ์ของเมือง ที่เที่ยวไฮไลท์ได้แก่ “พระราชว้งดอจ” (Ducal Palace) พระราชวังสไตล์โกธิคของดยุคผู้ครองเมืองเวนิส และ “สะพานรีอัลโต” (Rialto Bridge) อีกหนึ่งสัญลักษณ์ของเมืองเวนิส

3. มหาวิหารเซนต์มาร์ก (St Mark’s Basilica)

มหาวิหารเซนต์มาร์ก ตั้งอยู่บนจัตุรัสซันมาร์โก (Piazza San Macro) เป็นหนึ่งในที่เที่ยวอิตาลีที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองเวนิส หลังคาของมหาวิหารซานมาร์โกสร้างแบบโดมสุเหร่าของศาสนาอิสลาม ภายในมหาวิหารมีกระเบื้องโมเสกที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 8 และส่วนใหญ่เป็นสีทองสว่างไสว อันเป็นที่มาของสมญา “โบสถ์ทอง” (Church of Gold) มหาวิหารแห่งนี้ยังมีวัตถุโบราณล้ำค่า ที่มีลักษณะเป็นแท่นกระดานที่สวยงามทำจากอัญมณีล้ำค่า เป็นรูปเกี่ยวกับพระเยซูและเรื่องราวทางศาสนา

4. น้ำพุเทรวี (Trevi Fountain)

น้ำพุเทรวี เป็นน้ำพุแบบบาโรกที่ใหญ่ที่สุดในกรุงโรม ตั้งอยู่ที่เขตเทรวี ตรงทางสามแพร่งที่เชื่อมต่อของถนน 3 สาย และเป็นจุดปลายทางของ สะพานส่งน้ำเวอร์โก (Aqua Virgo) ซึ่งเป็นท่อส่งน้ำที่เก่าแก่ที่สุดของกรุงโรม นักท่องเที่ยวที่มาเยือนน้ำพุแห่งนี้ นอกจากจะต้องดื่มน้ำจากก๊อกน้ำที่อยู่ด้านข้างน้ำพุแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ห้ามพลาดคือ การโยนเหรียญลงไปในสระน้ำพุที่อยู่ด้านหน้า เชื่อกันว่า หากโยนเหรียญลงไปจะได้กลับมาเยือนกรุงโรมอีกครั้งหนึ่ง

5. กรุงมิลาน (Milan)

มิลาน (Milan) อีกหนึ่งที่เที่ยวอิตาลีที่ห้ามพลาด เป็นเมืองหลักของแคว้นลอมบาร์เดีย (Lombardia) มีชื่อเสียงในด้านแฟชั่นและศิลปะ เป็นเมืองที่มีชีวิตชีวาที่สุดของอิตาลี จุดปักหมุดที่น่าสนใจได้แก่ “มหาวิหารแห่งเมืองมิลาน” (Milan Cathedral) เป็นมหาวิหารที่ยิ่งใหญ่สวยงามอลังการ “แกลเลอเรียเอ็มมานูเอล” (Galleria Vittorio Emanuele) และ “ปราสาทสฟอร์เซสโก้” (Castello Sforzesco) ป้อมปราสาทเก่าแก่หลายร้อยปี เป็นแหล่งรวมแกลลอรี่ และมี “พิพิธภัณฑ์ศิลปะโบราณ” (Museum of Ancient Art) ตั้งอยู่ภายใน

6. โคลอสเซียม (Colosseum) 

“โคลอสเซียม” หนึ่งในสถานที่เที่ยวอิตาลีที่มีชื่อเสียง เป็นสนามกีฬากลางแจ้งโบราณขนาดใหญ่ ที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ลักษณะเป็นอัฒจันทร์รูปวงกลมที่ก่อด้วยอิฐและหินทราย มีเส้นรอบวงประมาณ 527 เมตร สูงประมาณ 57 เมตร และสามารถบรรจุคนได้ร่วม 50,000 คน มีประตูทางเข้าทางเข้ามากกว่า 80 แห่ง ถือเป็นต้นแบบของสนามกีฬาต่างๆ ในเวลาต่อมา ปัจจุบันเหลือแต่ซากโครงสร้างอันใหญ่โตมโหฬารไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ชม

7. บันไดสเปน (Spanish Steps) 

“บันไดสเปน” ที่เที่ยวอิตาลีอันโด่งดังไปทั่วโลก เป็นบันไดที่กว้างและยาวที่สุดในทวีปยุโรป มีขั้นบันไดทั้งหมด 138 ขั้น

เดิมบริเวณนี้เคยเป็นที่ตั้งของสถานฑูตสเปน อันเป็นที่มาของชื่อบันไดนั่นเอง บริเวณโดยรอบบันไดสเปนแห่งนี้รายล้อมไปด้วยสถาปัตยกรรมโรมันที่งดงาม และยังเคยเป็นสถานที่ถ่ายภาพยนตร์ชื่อดังเรื่อง Roman Holiday บริเวณใกล้เคียงยังมีย่านช้อปปิ้งให้เดินเล่นเพลินๆ หรือมีร้านกาแฟเก่าแก่ที่สุดของกรุงโรมอย่าง “คาเฟ่เกร็กโก” (Cafe Gregco) ให้นั่งจิบกาแฟชิลๆ อีกด้วย

8. ทะเลสาบการ์ดา (Lake Garda)

“ทะเลสาบการ์ดา” นับเป็นทะเลที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลี เป็นที่เที่ยวอิตาลีที่ได้รับความนิยมที่สุด โดยตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเมืองเวโรนา (Verona) ทะเลสาบแห่งนี้เกิดจากการละลายของธารน้ำแข็งชื่อ “การ์ดา” (Garda) ทางตอนใต้ของทะเลสาบเป็นที่ตั้งของเมืองซีร์มิโอเน (Sirmione) เมืองเก่าแก่อายุนับ 2000 พันปี ที่มี ปราสาทสกาลีเจอร์ (Scaliger Castle) อันเก่าแก่งดงามเป็นแลนด์มาร์กของเมือง และมีร้านค้า บาร์ โรงแรม ร้านแฟชั่นและตลาดให้นักท่องเที่ยวได้เพลิดเพลินอีกด้วย

9.  หมู่บ้านชิงเควเทเร (Cinque Terre)

“ชิงเควเทเร” เป็นหมู่บ้านชาวประมงที่สวยที่สุดในโลก อายุเก่าแก่ถึง 1,300 ปี ตั้งอยู่ที่อิตาเลียนริเวียร่า ในแคว้นลิกูเรีย (Liguria) ทั้ง 5 หมู่บ้านที่อยู่ติดกันทอดยาวอยู่บนเนินผา มีจุดเด่นอยู่ที่อาคารบ้านเรือนที่มีสีสันฉูดฉาด ตัดกับสีเขียวของภูเขาและสีฟ้าของท้องทะเล หมู่บ้านทั้ง 5 มีชื่อว่า มอนเตรอสโซ (Monterosso) เวร์นาซซา (Vernazza) คอร์นีเลีย (Corniglia) มานาโรลา (Manarola) และ ริโอมัจจอร์เร (Riomaggiore) การเดินทางมาที่หมู่บ้านเหล่านี้ได้โดยทางรถไฟและทางเรือเท่านั้น

10. ปราสาทซันตันเจโล (Castel Sant Angelo)

“ปราสาทซันตันเจโล” ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของนครรัฐวาติกันราว 700 เมตร เป็นปราสาททรงกระบอกที่ถูกสร้างขึ้น

เพื่อเป็นสุสานของจักรพรรดิฮาดริอานุสแห่งโรมัน (Hadrian) และครอบครัว โดยมีชื่อว่า “สุสานแห่งเฮเดรียน” (Mausoleum of Hadrian) ต่อมาถูกเปลี่ยนมาเป็นป้อมปราการและปราสาท ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของ “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติปราสาทซันตันเจโล” (Museo Nazionale di Castel Sant’Angelo) จัดแสดงของโบราณมากมายที่ขุดค้นพบ รวมทั้งอาวุธตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน 

11. แคว้นทัสคานี (Tuscany)

เสน่ห์ของแคว้นทัสคานี คือวิวทิวทัศน์อันงดงาม มีเมืองสำคัญทางประวัติศาสตร์ 6 แห่ง ที่ได้รับเลือกให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก ได้แก่ “ฟีเรนเซ” (Florence) เมืองหลวงของแคว้นทอสคานา “จัตุรัสดูโอโมแห่งปิซา” (Piazza dei Miracoli) ในเมืองปิซา (Pisa) ที่ตั้งของหอเอนเมืองปิซา เมืองโบราณในยุคกลาง “ซานจิมิยาโน” (San Gimignano) เมืองเล็กๆ ตั้งอยู่บนเนินเขาที่รู้จักกันในชื่อ “เมืองหอคอยงาม” เมืองโบสถ์สวย “เซียนนา” (Siena) และ “เพียนซา” (Pienza) เมืองบ้านเกิดของพระสันตปาปา

12. หอเอนเมืองปิซา (Leaning Tower Of Pisa) 

“หอเอนเมืองปิซา” เป็น 1 ใน 3 สิ่งก่อสร้างที่เก่าแก่ในจตุรัสดูโอโม เป็นหอระฆังหินอ่อนสีขาว รูปทรงกระบอก 8 ชั้น สูง 56 เมตร ตั้งอยู่ที่จัตุรัสใจกลางเมืองปิซา ซึ่งมีเอกลักษณ์โดดเด่นอยู่ที่ความเอนเอียงของหอระฆัง ซึ่งยอดของหอระฆังนั้นห่างจากแนวตั้งฉากของพื้นประมาณ 3.9 เมตร หอเอนปิซาได้ถูกประกาศให้เป็นมรดกโลกในปี 1987 และยังถูกจัดให้เป็น 7 สิ่งมหัศจรรย์ขอโลกในยุคกลางอีกด้วย เปิดให้เข้าชมทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ ตั้งแต่ 10 โมงเช้า ถึงหกโมงเย็น 

13. มหาวิหารฟลอเรนซ์ (Florence Cathedral)

“มหาวิหารฟลอเรนซ์” เป็นมหาวิหารที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งในอิตาลี มีอายุมากกว่า 800 ปี ตั้งอยู่ที่เมืองฟลอเรนซ์ แคว้นทัสกานี โดยเป็นมหาวิหารที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ในอิตาลี และใหญ่ที่สุดอันดับที่ 4 ในทวีปยุโรป ไฮไลท์เด่นคือโดมสีส้มขนาดใหญ่ และตัวเป็นหินอ่อนสีขาว แต่งด้วยหินสีเขียวและชมพู มีหอระฆังสูงอยู่บริเวณด้านข้าง ภายในมหาวิหารงดงามด้วยหน้าต่างกระจกสี มีภาพเขียนแบบปูนเปียกของ “เปาโล อุซเซลโล” (Paolo Uccello) และยังมีส่วนของห้องใต้ดิน ให้นักท่องเที่ยวได้ชมอีกด้วย

14. เกาะมูราโน (Murano island) 

“เกาะมูราโน” เป็นที่เที่ยวอิตาลีที่เต็มไปด้วยอาคารบ้านเรือนสีสันคัลเลอร์ฟูล เป็นเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องการผลิตแก้ว ไฮไลท์ยอดฮิตของที่นี่จึงเป็นการชมเครื่องแก้วอันสวยงามวิจิตรที่ พิพิธภัณฑ์แก้ว (Glass Museum) เกาะแห่งนี้ยังมีโบสถ์คริสต์ชื่อดัง “ซานตามาเรียเดลลาซาลูท” (Santa Maria della Salute) ให้ได้เที่ยวชม ก่อนกลับอย่าลืมซื้อแก้วเป็นของที่ระลึกหรือเป็นของฝากกันด้วย โดยให้มองหาตราสัญลักษณ์ของเครื่องหมายการค้า Vetro Murano Artistico เพื่อการันตีว่าเป็นของแท้ได้มาตรฐานแห่งเกาะมูราโน

15. จัตุรัสไมเคิลแองเจลโล (Piazzale Michelangelo)

จัตุรัสไมเคิลแองเจลโล เป็นที่เที่ยวอิตาลีที่มีทัศนียภาพสวยงามเป็นภาพมุมสูง ตั้งอยู่บนเนินเขาทางใต้ของศูนย์กลางประวัติศาสตร์ บริเวณ ย่านโอลตราร์โน (Oltrarno) เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกและชมทัศนียภาพของที่เที่ยวสำคัญๆ ทั้ง ป้อมเบลเวเดเร (Belvedere) สะพานเวคคิโอ (Ponte Vecchio) สะพานที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองฟลอเรนซ์ พระราชวังเวคคิโอ (Palazzo Vecchio) พระราชวังเก่าแก่ที่ปัจจุบันเป็นศาลากลางของเมือง อีกทั้งยังเห็นวิวอันสวยงามของ เนินเขาเซตติกนาโน (Settignano)  และ “ฟีเอโซเล” (Fiesole) เมืองสวยบนเนินเขา

อิตาลี เป็นประเทศที่มีสิ่งมหัศจรรย์มากกว่าที่คิดไว้อีกมากมาย สิ่งสำคัญที่ต้องทำคือ เคลียร์วันว่าง เตรียมขอวีซ่า จองตั๋วเครื่องบินและที่พักไว้ให้พร้อม ทุกอย่างลงตัวเมื่อใด ก็บินได้ทันทีเลยจ้า

Leave a Reply