ทริปเที่ยว Genoa อิตาลีคนเดียวของเราเริ่มแบบไม่มั่นใจเลย เพราะเวลามาเมืองที่คนไม่ค่อยพูดภาษาอังกฤษแล้วตัวเราเองก็พูดภาษาท้องถิ่นไม่ได้ มันจะมีความกังวลมาก แต่หลังจากเราไม่ได้มายุโรปนานเกือบ 3 ปี พอได้มีโอกาสมาอีกที ใจมันเลยบอกว่ายังไงครั้งนี้ก็ไม่ควรพลาดอิตาลี

บริเวณจัตุรัส Piazza de Ferrai แลนด์มาร์กใจกลางเมือง Genoa

คนไทยชอบอิตาลี ไม่ใช่แค่เพราะบ้านเมืองเขาสวย แต่อาจจะเพราะคนอิตาลีก็ลักษณะนิสัยคล้ายๆ คนไทย มีความสนุกสนานเฮฮา ออกจะเฟรนด์ลี่กว่าฝรั่งชาติอื่นๆ ในแถบๆ นี้ เป็นคนใจดี สบายๆ และที่สำคัญพวกเขารักครอบครัวและมีความผูกพันกันในครอบครัวมาก จนเราต้องแปลกใจว่ามันแทบจะเหมือนเอเชียนสไตล์เลย

พอคนรอบข้างรู้ว่าเราจะไปอิตาลี ทุกคนก็ตื่นเต้นแล้วบอกว่า “อิตาลีน่ะสวยทุกเมือง ไปตรงไหนก็สวยหมด เธอจะไปเมืองไหนบ้าง” และพอเราตอบว่า ‘Genoa’ พวกเขาเหมือนทำหน้าผิดหวังนิดๆ ว่าทำไมเราถึงไม่เริ่มต้นทริปอิตาลีครั้งแรกด้วยการไปโรม ฟลอเรนซ์ เวนิส มิลาน ตูริน หรืออะไรแบบนั้น

เหตุผลของเราเรียบง่ายมาก ความฝันของเราอยู่ที่ ปอร์โตฟิโน (Portofino) เมืองท่าสุดโรแมนติกในอิตาลีที่เรารู้จักครั้งแรกผ่าน VDO ad ของแบรนด์แฟชั่นแบรนด์หนึ่ง ที่มีเพลงประกอบเป็น ‘Love in Portofino’ ซึ่งมันคือจุดเริ่มต้นและแรงบันดาลใจที่ทำให้เราสนใจเรื่องศิลปะและแฟชั่นต่างๆ จนทำให้ได้มีโอกาสเข้ามาทำงานในสายนี้

การเดินทาง – จากออสเตรียเข้าอิตาลี

หลังจากจบทริป 1 อาทิตย์ในออสเตรีย เราก็ออกเดินทางจากเมืองอินซ์บรูค (Innsbruck) แต่เช้า มาถึงเมืองเตรนโต้ (Trento) ในอิตาลี ผ่านภูเขาโดโลมิติ (Dolomite) สวยๆ จากนั้นก็นั่งรถบัสยาวๆ ผ่าน Verona ผ่าน Cremona, Piacenza มุ่งตรงไปยังชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน จนกระทั่งมาถึงเมือง Genoa ที่สถานี Principe (ปรินชิเป้) ก็ราวๆ ทุ่มครึ่ง

ซื้อตั๋วรถไฟได้ที่ www.thetrainline.com หรือ www.trenitalia.com

ซื้อตั๋วรถบัสได้ที่ https://global.flixbus.com

Brignole Genova สถานีรถไฟที่ใหญ่ที่สุดในเมือง

ในเมืองเจนัว จะมีอยู่สองสถานีรถไฟ/รถบัสหลักๆ ได้แก่ Principe หรือ Fanti d’Italia สำหรับการเดินทางที่เชื่อมกับฝั่งตะวันตกหรือทางฝรั่งเศส และสถานี Brignole (บริญโญเล่) สำหรับการเดินทางที่จะเชื่อมกับทางฝั่งตะวันออก

Genoa บ้านเกิดคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส

เมืองนี้แปลกตรงที่มีชื่อเรียกสองแบบ คือ Genoa (เจนัว) กับ Genova (เจโนวา) สำหรับเรามักจะสะดวกปากกับการเรียกแบบแรก เพราะจะได้ไม่ไปสับสนกับเมืองเจนีวาในสวิตเซอร์แลนด์ แต่สำหรับคนอิตาเลียนเอง ส่วนใหญ่เราได้ยินเขาเรียก Genova มากกว่า

Tourist train ให้บริการแถวๆ ท่าเรือ

เจนัวเป็นเมืองหลักของแคว้นลิกูเรีย ประเทศอิตาลี ด้วยความที่เป็นเมืองท่า ทำให้เจนัวอาจจะไม่ได้โด่งดังในฐานะเมืองท่องเที่ยวเท่าไร เราจะไม่ค่อยเห็นนักท่องเที่ยวเอเชียที่นี่ มันเป็นเซ็นเตอร์ของการเดินทางที่เชื่อมโยงกับเมืองอื่นๆ ในยุโรปมากกว่า เพราะมีทั้งสนามบิน สถานีรถไฟ และท่าเรือที่จอดได้ทั้งเรือเล็ก เรือยอชต์ ไปจนถึงเรือสำราญขนาดใหญ่ เราจึงเลือกพักที่เจนัวเป็นฐาน เพื่อจะได้ออกเที่ยวเมืองอื่นๆ ใกล้ๆ ได้อย่างสะดวก ไม่ว่าจะเป็น Portofino, Cinque Terre, La Spezia ไปจนถึงเมืองชายฝั่งริเวียร่าของฝรั่งเศส

Aquarium of Genova

แต่ก็ใช่ว่าเจนัวจะไม่มีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ เมืองนี้เป็นที่รู้จักในฐานะเมืองเกิดของคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ผู้ที่ล่องเรือไปค้นพบทวีปอเมริกา และก็มีพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่โตอลังการอย่าง Acquario di Genova (Aquarium of Genoa) ที่เด็กๆ ทั่วโลกอยากมาชม

โซนท่องเที่ยวหลักๆ จะอยู่บริเวณท่าเรือแล้วก็เมืองเก่าซึ่งอยู่ใกล้ๆ กัน เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมเก่าๆ แบบโรมันอายุกว่า 500 ปี สร้างเป็นโรงโอเปรา อาร์ตมิวเซียม โรงแรม สถานที่ราชการ บูติกแบรนด์เนม ร้านอาหาร คาเฟ่ และบาร์เก๋ๆ รวมไปถึงบริเวณจัตุรัสหรือลานกว้างที่ใช้ทำเป็นตลาด หรือลานแสดงเปิดหมวก นับว่าเป็นย่านที่เดินสนุกและมีเสน่ห์มาก แต่ต้องระวังไม่ไปเดินตรงซอกตึกมืดๆ เพื่อเลี่ยงการโดนปล้นจี้

ธนาคารที่อยู่ในตึกสไตล์โรมันเก่าแก่

Genoa เที่ยวไหนบ้าง

1.Shopping street ในย่านเมืองเก่า ได้แก่ Via XX Settembre, Via Roma and Galleria Mazzini และ Via San Luca and Via Orefici แถวนี้จะมีทั้งร้านแบรนด์เนม ร้านเสื้อผ้า ร้านของดีไซเนอร์ท้องถิ่น ที่เราสามารถไปตามหาของชิคของเก๋ หรือของลักชู ของยูนีกแค่ไหนก็มีมากมาย รวมไปถึงร้านขนมปัง ร้านไอศกรีมที่มีอยู่หลายร้าน ทั้ง Grom ไอศกรีมร้านดังของอิตาลี และร้านไอศกรีมที่เป็น artisan หรือโฮมเมด

2. Piazza de Ferrari แลนด์มาร์คสำคัญของเจนัว มีน้ำพุขนาดใหญ่อยู่กลางจัตุรัส และโดยรอบก็จะเป็นอาคารสำคัญต่างๆ ของเมือง เช่น ธนาคาร, สำนักงานของรัฐบาล, Palazzo Ducale วังเก่าที่ปัจจุบันทำเป็นสถานที่แสดงงานศิลปะ และ Teatro Carlo Felice (Theatre Carlo Felice) โรงโอเปราที่มีรูปปั้นของคีตกวี/นักไวโอลินระดับโลก Niccolo Paganini แล้วด้านหน้าอาคาร เราก็จะเจออนุสาวรีย์ Monumento a Garibaldi ด้วย

Piazza de Ferrari
Monumento a Garibaldi
รูปปั้น Niccolo Paganini นักไวโอลินระดับโลกที่่หน้าหอแสดงดนตรี
ลานจัดแสดงศิลปะที่ Palazzo Ducale

3. Via Garibaldi เป็นถนนที่มีพระราชวังต่างๆ มากที่สุดในเจนัว เขาบอกว่ารวมๆ แล้วในเจนัวมี palazzo มากถึง 150 แห่ง แต่ตอนนี้เหลือเพียง 50 palazzo ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO

4. Oriental Market ตลาดขายผลไม้นานาชนิด ทั้งสตรอว์เบอร์รี่ แอปเปิ้ล องุ่น เชอรี่ ลูกแพร์ ลูกพลับ ทับทิม ฯลฯ และยังมีร้านอาหารคล้ายๆ ฟู้ดคอร์ท รวมกันอยู่หลายๆ ร้าน สามารถไปลองชิมพิซซ่า อาหารซีฟู้ด ซุป หรือสปาเก็ตตี้อร่อยๆ ได้เลย

5. เยี่ยมชมบ้านโคลัมบัส (Columbus House) ไม่ไกลจากถนน Via XX Septembre เราสามารถเดินไปชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้ แม้ว่าจะเป็นการสร้างขึ้นใหม่เพื่อทำเป็นแหล่งท่องเที่ยว เนื่องจากบ้านหลังเดิมของโคลัมบัสถูกทำลายไปตั้งแต่ยุคกษัตริย์หลุยส์ที่ 14 ของฝรั่งเศสที่มีการทิ้งระเบิดในเมืองเจนัว

Columbus House

6. แนะนำร้านอาหาร/คาเฟ่ ร้านแรกนี้เพิ่งเปิดใหม่ Mani Pizza & Cocktail ตกแต่งได้สวยงาม สไตล์เรโทรเบาๆ มีทั้งโซนอินดอร์และเอาท์ดอร์ มีค็อกเทลรสชาติดี, Ristorante Montallegro ร้านนี้เป็นหนึ่งร้านพิซซ่าขึ้นชื่อของเมืองเจนัว มีพิซซ่าหลากหลายหน้าอย่างที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน รวมไปถึงพิซซ่าขนาดใหญ่เบิ้มที่เราสามารถมองดูเชฟทำได้จากครัวเปิดของเขาเลย ตื่นตามากๆ แล้วสำหรับคนที่อยากจะชิมกาแฟรสชาติอิตาเลียนแท้ๆ และเบเกอรี่อร่อยๆ Bar Bertoli ร้านกาแฟและร้านขนมขนาดเล็กน่ารักในย่าน Piazza Manin จะทำให้ไม่ผิดหวังแน่นอน

Mani Pizza & Cocktail

อาหารขึ้นชื่อของ Genoa

มาอิตาลีแล้วจะกินแต่พิซซ่าหรือสปาเก็ตตี้ก็ออกจะดูทั่วๆ ไปนิดนึง เพราะที่จริงแล้วแคว้นลิกูเรียมีอาหารเป็นของเขาเองตามวัตถุดิบท้องถิ่นและวิธีการปรุงที่เป็นเอกลักษณ์ เราเลยอยากมาแนะนำของกินขึ้นชื่อที่ควรค่าแก่การลองชิมเมื่อมาถึงที่นี่

  1. Focaccia al Formaggio ขนมปังท้องถิ่นของแคว้นลิกูเรีย ทำจากแป้งโดว์คล้ายๆ พิซซ่าโดว์
  2. Farinata เป็นเหมือนเครปแบบบาง หั่นเป็นชิ้นทานง่าย (คล้ายๆ Socca ที่นีซ)
  3. อาหารทะเล โดยเฉพาะหอย Mussel ทานกับไวน์ รสชาติอร่อยมาก
  4. Pesto Genovese (เปสโต อัลลา เจโนเวเซ) มันคือซอสเปสโตสีเขียวที่มีต้นกำเนิดในเจนัว ส่วนประกอบหลักๆ คือกระเทียมตำ เมล็ดสนยุโรป เกลือหยาบ ใบโหระพาฝรั่ง และเนยแข็ง ทั้งหมดปั่นผสมกับน้ำมันมะกอก นอกจากเอาไว้ทานกับพาสต้าแล้ว ยังใช้ทาขนมปังแทนสเปรด หรือเป็นซอสทานกับไก่ย่าง ปลา เรียกว่าเป็นซอสสารพัดประโยชน์เลยทีเดียว
  5. Gelato ที่คนต่างชาติจะมองว่าเป็นไอศกรีม แต่คนอิตาเลียนบอกว่าเจลาโต้ไม่ใช่ไอศกรีม เหตุผลคือกระบวนการทำมันต่างกันนิดหน่อย เจลาโต้ใช้นมมากกว่าไอศกรีม แต่ว่าใช้ครีมกับไข่น้อยกว่ามากๆ ทำให้เจลาโต้มีไขมันน้อยกว่า ดีต่อสุขภาพมากกว่า นอกจากรสคลาสสิกอย่างช็อกโกแลต กาแฟ ทิรามิสุ และรสถั่วต่างๆ แล้ว ก็ยังมีมีรสผลไม้หลากหลาย รวมไปถึงรสชีส และบางร้านมีรสและกลิ่นดอกไม้หอมๆ ด้วย ในช่วงหน้าร้อนทั้งคนอิตาเลียนและนักท่องเที่ยวจะเดินถือเจลาโต้ในมือกันแทบทุกคนเลยล่ะ ทิปส์คือให้พยายามหาร้านที่มีเมนูเป็นภาษาอิตาเลียน ไม่ใช่เมนูภาษาอังกฤษ จะได้รสชาติอิตาเลียนแท้ๆ

Travel Tips

  • คนอิตาเลียนมักไม่แชร์พิซซ่ากัน – วัฒนธรรมการแชร์พิซซ่าดูเหมือนจะเป็นสไตล์อเมริกันมากกว่า สำหรับที่อิตาลีแล้ว ในร้านอาหาร เวลาเสิร์ฟพิซซ่า มันจะมาแบบไม่ได้ตัดแบ่งชิ้นมาให้ แต่ละคนจะมีอุปกรณ์มีด ส้อม เป็นของตนเอง สำหรับนั่งทานที่โต๊ะ และนอกจากเขาจะคาดหวังให้เราทานพิซซ่าคนเดียวทั้งชิ้นแล้ว เราก็ต้องเหลือที่ในกระเพาะไว้สำหรับของหวานด้วย
  • บ้านเรือนสีน้ำตาลอ่อน หน้าต่างสีเขียว – เอกลักษณ์ของบ้านเรือนในเจนัวจะเป็นสีน้ำตาลอ่อนและมักใช้หน้าต่างสีเขียว ผู้คนมักชอบตากผ้าที่ระเบียงซึ่งประดับดอกไม้น่ารักๆ
  • 8 สถานีรถไฟใต้ดินเท่านั้นในเมือง Genoa – เจนัวมีรถไฟใต้ดินก็จริง แต่มีจำกัดอยู่แค่ใน city center เท่านั้น โดยมีทั้งหมดแค่ 8 สถานี เชื่อมต่อสองสถานีใหญ่อย่าง Brignole และ Principe เพื่อต่อไปยังรถไฟชานเมืองหรือรถไฟเมืองอื่นๆ ได้ ส่วนสถานีที่เหลือก็จะเชื่อมต่อกับรถเมล์เพื่อไปยังโซนอื่นๆ ในเมือง Genoa
  • ซื้อตั๋วรถเมล์ได้ที่ร้านขายบุหรี่ – หากไม่มีรถยนต์ส่วนตัว การเดินทางหลักสำหรับผู้ที่อยู่ในเมือง Genoa คือรถเมล์หรือรถบัส โดยสามารถซื้อตั๋วรถเมล์ได้ที่ร้านขายบุหรี่ ซึ่งจะมีอยู่ทั่วเมือง สามารถเสิร์ชหาคำว่า Tabacchi หรือซื้อได้ตามตู้อัตโนมัติในสถานีรถไฟใต้ดิน และสำนักงานขายตั๋วตามสถานีรถไฟได้ ซึ่งจะต้อง validate ตั๋วทุกครั้งในเครื่องเล็กๆ ที่อยู่บนรถเมล์ นอกจากนี้ยังสามารถซื้อตั๋วแบบดิจิทัลผ่านแอปฯ AMT Genova โดยจ่ายผ่านบัตรเครดิต แต่ข้อควรระวังก็คือแอปฯไม่รองรับซิมสัญญาณอินเทอร์เน็ตโรมมิ่ง สามารถใช้ได้เฉพาะสัญญาณมือถือท้องถิ่นหรือ Wifi เท่านั้น
  • หลีกเลี่ยงการเดินในซอกมุมมืดของถนน – โดยรวมแล้ว Genoa เป็นเมืองที่ค่อนข้างปลอดภัยระดับหนึ่ง ยิ่งถ้าเทียบกับโรมหรือมิลานแล้วก็ต้องบอกว่าที่นี่ปลอดภัยมาก อาจมีต้องระวังเป็นพิเศษก็เวลาที่เดินเที่ยวในเมืองเก่า เพราะเป็นแหล่งท่องเที่ยว หากมีมิจฉาชีพ พวกเขามักจะเดินอยู่แถวนี้มากกว่า โดยเฉพาะตรอกซอกซอยเล็กๆ ที่อยู่ระหว่างตึกสูง ถ้าเป็นมุมอับและมืดก็ไม่ควรเดินเข้าไป
  • Genoa คือเมืองที่หาที่จอดรถยากมาก – ถนนส่วนใหญ่ใน Genoa เป็นเนินเขา ถนนค่อนข้างแคบและป็นเมืองที่หาที่จอดรถได้ยากมาก เราจะเห็นภาพคนจอดรถเกยฟุตบาทกันเป็นเรื่องปกติ จอดกันเป็นแถวเป็นแนวแล้วก็มีตู้อัตโนมัติสำหรับจ่ายค่าที่จอดรถอยู่ในบริเวณนั้น
  • เขาไม่พูดภาษาอังกฤษกัน – คนที่นี่ส่วนใหญ่พูดภาษาอังกฤษได้น้อยมาก ดังนั้นเวลามาเที่ยว ต้องรู้คำในภาษาอิตาเลียนสำหรับเอาตัวรอดมาบ้างก็ดีนะคะ อย่างน้อยก็คำว่า Ciao (สวัสดี) และ Grazie (ขอบคุณ) อ้อ! แล้วอาจจะเรียนรู้ภาษามือมาด้วย เพราะคนอิตาเลียนชอบใช้มือ ใช้ท่าทางประกอบการสื่อสาร จนบางคนก็บอกว่าถ้ามัดมือคนอิตาเลียนไว้ เขาอาจจะพูดไม่ได้ก็ได้ 😊

ติดตามตอนต่อไปของ Italian Riviera เราจะไปเที่ยว Portofino และ Cinque Terre กัน!

Leave a Reply