อาหารกวางตุ้งนั้นมีอยู่ทั่วฮ่องกง ตั้งแต่ร้านโลคอลไปจนถึงระดับมิชลินสตาร์ แต่การได้มานั่งทานอาหารกวางตุ้งภายในอาคารที่เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์เมือง พร้อมสัมผัสรสชาติที่ยังคงแก่นแท้ แต่ถูกตีความใหม่ในแบบร่วมสมัย มันให้ภาพสะท้อนของความเป็นฮ่องกงยุคใหม่ได้ชัดเจนกว่าที่คิด

Garden Lounge ห้องอาหารที่โรงแรม The Murray, Hong Kong, a Niccolo Hotel ในย่าน Central ขึ้นชื่อมากในเรื่อง afternoon tea และอาหารกวางตุ้งร่วมสมัยที่เปิดให้บริการทั้งช่วงกลางวันและเย็น โดยหัวหน้าครัวอาหารจีนอย่างเชฟ Kenny Chan เลือกใช้เทคนิคดั้งเดิมเป็นฐาน แล้วนำมาเล่าใหม่ด้วยความคิดสร้างสรรค์
Murray ตึกเก่าจากยุคอาณานิคมอังกฤษ

ก่อนจะไปสัมผัสรสชาติอาหาร เราอยากเล่าถึงความพิเศษของโรงแรมที่เรากำลังนั่งอยู่นี้ The Murray, Hong Kong, a Niccolo Hotel คือโรงแรมดีไซน์ร่วมสมัยระดับโลกที่ได้รับรางวัล Best Hotel in Asia จากงาน ULTRAs 2025 และ One MICHELIN Key แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่านั้นคือ ที่นี่ได้รับการบูรณะขึ้นมาจากตึกเก่าแก่ Murray Building อาคารราชการยุคอาณานิคมอังกฤษที่สร้างเสร็จในปี 1969 โดยอยู่ภายใต้โครงการอนุรักษ์อาคารประวัติศาสตร์ (Conserving Central) มูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ของรัฐบาลฮ่องกง
ชื่อ Murray มาจากชื่อ Sir George Murray รัฐมนตรีกระทรวงอาณานิคมของอังกฤษ มีความสูง 26 ชั้น ซึ่งถือว่าสูงมากๆ ในยุคนั้น แถมยังเป็นตึกแรกๆ ที่นำแนวคิดการออกแบบยั่งยืนมาใช้ พอได้รับการรีโนเวตใหม่โดย Foster + Partners ทางสถาปนิกจึงเลือกที่จะเก็บ façade และโครงสร้างเดิมไว้ แล้วเติมความลักชัวรีเข้าไป เพื่อให้ชีวิตใหม่กับอาคารเก่าแทนที่จะทุบทิ้งทั้งหมด

ท่ามกลางเมืองที่ไม่หยุดนิ่ง แต่อวลด้วยกลิ่นอายประวัติศาสตร์
Garden Lounge ตั้งอยู่ที่ชั้น UG ของโรงแรม The Murray, Hong Kong ตกแต่งด้วยโทนสีเทาและทองเป็นหลักแบบ understated luxury กระจกสูงจรดเพดานเปิดให้เห็นวิวของ St. John Cathedral ร่วมกับวิวของตึกสูงระฟ้าและสวน Hong Kong Park
การเดินทางมาที่นี่ง่ายมากๆ เพราะอยู่ใจกลางเมือง ระหว่างย่าน Central กับ Admiralty แถมอยู่หน้าสถานี Peak Tram เรียกว่าเป็น prime area ที่แท้จริง

Flavours of Canton อาหารกวางตุ้งที่ไม่เปลี่ยนราก แต่เปลี่ยนวิธีเล่า
หลังจากนั่งลงที่โต๊ะอาหาร สิ่งแรกที่เห็นคือ โต๊ะข้างๆ กำลังมีเป็ดปักกิ่งมาเสิร์ฟ กลิ่นหอมมาถึงที่โต๊ะเรา เพราะเขาใช้เป็ดย่างสูตรดั้งเดิมที่มีเทคนิคการย่างแบบพิเศษ หนังกรอบ เนื้อนุ่มฉ่ำ เป็นเมนูไฮไลต์ของที่นี่เลย
เซ็ตเมนูที่เราได้ลอง คือ Flavours of Canton เมนูตามฤดูกาลที่นำเสนอความหลากหลายของวัตถุดิบ ตามประวัติศาสตร์ของอาหารกวางตุ้งที่มีต้นกำเนิดจากเมืองกวางโจวในมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน เมืองท่าสำคัญที่เชื่อมจีนกับโลกตะวันตก วัตถุดิบจากทะเล สมุนไพร และของนำเข้า หลอมรวมกันจนกลายเป็นอาหารที่ “ไม่ต้องปรุงเยอะ แต่ต้องทำให้ถึง”

จานออร์เดิร์ฟเปิดมาแบบดีมาก Crispy Duck Salad สลัดเป็ดกรอบที่เท็กซ์เจอร์ชัดและไม่มันเกิน ต่อด้วย Abalone with Crispy Scallion เป๋าฮื้อเนื้อเด้ง ใส่ต้นหอม ก่อนจะตัดเลี่ยนด้วยจานเล็กอย่าง Spicy Pickled Pepper Celtuce ผักกาดดองจีนรสเผ็ดเล็กน้อย
‘นกพิราบรมควัน’ จานที่ทำให้หยุดคุย

สำหรับคนไทย นกพิราบอาจเป็นวัตถุดิบที่ทำให้ลังเล แต่ต้องบอกตรงๆ ว่า Smoked Crispy Pigeon ของที่นี่ทำออกมาได้คลีนมาก เพราะเป็นนกพิราบที่เลี้ยงมาสำหรับทำอาหารโดยเฉพาะ คล้ายๆ เนื้อเป็ดแต่สีเข้มกว่าและนุ่มลิ้นมากกว่า ไม่คาวเลยแม้แต่นิดเดียว หนังกรอบ เนื้อยังชุ่ม และกลิ่นรมควันหอมแบบเฉพาะตัว เป็นเสน่ห์ที่ทำให้นักกินทั่วโลก ซึ่งมักจะมีในเมนูอาหารจีนสไตล์ฮ่องกงและอาหารฝรั่งเศส
ความเรียบง่ายที่เปี่ยมด้วยความประณีต

มาถึงจานหลักกันบ้าง เชฟ Kenny ภูมิใจนำเสนอ Honey-Glazed Deep-Sea Chilean Sea Bass ปลาชิลีน้ำลึกนึ่งสไตล์จีนตอนใต้ เนื้อปลาหวานมาก ซอสเคลือบน้ำผึ้งไม่หวานเกิน
ขณะที่ซุปบำรุงร้อนๆ Double-Boiled Chicken Soup with Fish Maw & Coconut เสิร์ฟมาในลูกมะพร้าว ปกติเราไม่ทานหนังไก่ แต่ซุปชามนี้ตุ๋นจนเนื้อไก่แทบละลายในปาก แถมกลิ่นมะพร้าวหอมๆ ซดเพลินไปเลย

สำหรับคนที่อยากลองจานซิกเนเจอร์ ทางร้านแนะนำ ขาปูอลาสก้าผัดสไตล์ Typhoon Shelter ใช้กระเทียมทอดกรอบสีทอง คลุกเคล้ากับปูเนื้อหวานในน้ำมันหอมกลิ่นกระเทียม เพิ่มความกรุบกรอบและกลิ่นหอมอย่างมีชั้นเชิง และ เนื้อวัว M5 ผัดกับฟัวกราส์และซอสพริกไทยดำ ให้รสอูมามิเข้มข้นจากเนื้อคุณภาพสูงและฟัวกราส์


ปิดท้ายมื้อพิเศษนี้ด้วยของหวานที่เสิร์ฟมาในรูปแบบของเสี่ยวหลงเปา แต่ด้านในคือ เต้าหู้อัลมอนด์ เสิร์ฟพร้อมซอสช็อกโกแลตขิง ผสานความนุ่มละมุนกับรสเผ็ดอ่อนๆ ได้อย่างลงตัว

มื้อนี้เราได้ทานอาหารกวางตุ้งที่ถูกเล่าใหม่ผ่านวัตถุดิบชั้นเลิศ ผ่านเทคนิค และผ่านสถานที่ที่เปี่ยมไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ทำให้เรารู้ว่ารสชาติที่ผสมผสานความหลากหลายโดยไม่เปลี่ยนคุณค่าแก่นแท้มันกลมกล่อมแค่ไหน และนั่นก็สะท้อนความเป็นฮ่องกงยุคใหม่ที่เราได้สัมผัสในทริปนี้ด้วย

Garden Lounge
ชั้น UG โรงแรม The Murray, Hong Kong
เปิดบริการทุกวัน มื้อกลางวัน 12.00-14.30 และมื้อเย็น 18.00-21.30
จองที่นั่งหรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.niccolohotels.com/en/the-murray-hong-kong/dining/garden-lounge














