ฮอยอัน (Hoi An) คือเมืองในจังหวัดกว๋างนาม (Quang Nam) ประเทศเวียดนาม ที่เป็นจุดหมายปลายทางของเราในครั้งนี้ เราหลงใหลเสน่ห์ที่เป็นการผสมผสานทางวัฒนธรรมทั้งเวียดนาม จีน และญี่ปุ่น เพราะในอดีตที่นี่เคยเป็นเมืองท่าที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ช่วงพีคที่สุดของฮอยอันคือราวศตวรรษที่ 16-17 เพราะมีชาวต่างชาติเข้ามาค้าขายและตั้งถิ่นฐานเต็มไปหมด นอกจากหลักๆ ที่เป็นคนจีน ญี่ปุ่นแล้ว ก็ยังมีชาวดัตช์และอินเดียที่เข้ามาเยอะมาก

เมืองฮอยอันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจาก UNESCO เมื่อปี 1999 และได้สมญานามว่า ‘เมืองมรดกโลกสีมัสตาร์ด’ เหมาะสำหรับคนที่ชอบประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมมากๆ เพราะมีตึกเก่าโครงสร้างสวยๆ ดิบๆ ที่ยังอนุรักษ์ไว้ในสภาพเดิมได้อย่างดีทีเดียว แถมยังทาสีสันสดใส ส่วนมากใช้สีเหลืองมัสตาร์ด สีครีม รองมาก็สีน้ำเงิน สีน้ำตาล ประดับตกแต่งด้วยโคมไฟกระดาษแบบเวียดนาม ล้อไปกับดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์ที่มีอยู่เยอะแยะมากมายตามถนน แถมในบางตรอกซอกซอย ทางการก็ได้ซ่อนลำโพงเอาไว้ตามเสา เพื่อเปิดเพลงคลาสสิกเก่าๆ คลอไปเบาๆ เป็นการบิลท์ฟีลลิ่งให้นักท่องเที่ยวฟินกับบรรยากาศมากขึ้นไปอีก

จากกรุงเทพฯ ถึงฮอยอัน

  • สนามบินที่ใกล้เมืองฮอยอันที่สุด คือ สนามบินดานัง ซึ่งห่างไปประมาณ 30 กิโลเมตร
  • จากกรุงเทพฯ มีเส้นทางบินตรงสู่เมืองดานัง โดย สายการบินไทยเวียตเจ็ท (Thai Vietjet Air) ที่กลับมาให้บริการเส้นทางบินตรง สุวรรณภูมิ – ดานัง ตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค. 2565 เป็นต้นไป โดยช่วงแรกจะให้บริการสัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน ทุกวันพุธ ศุกร์ อาทิตย์
  • ตั๋วเครื่องบิน กรุงเทพฯ-ดานัง โดยสายการบิน Thai Vietjet Air สามารถจองกับ Traveloka ได้ง่ายๆ ทั้งในแอปฯ หรือเว็บไซต์ นอกจากจะค้นหาเที่ยวบินได้ง่ายแล้ว ยังมีข้อดีอีกมากมาย เช่น มีคูปองส่วนลดบ่อยๆ, ราคาถูกกว่า และมีช่องทางการชำระเงินที่หลากหลาย ทั้ง 7-Eleven, บัตรเครดิต, Counter Payment, ATM และ Internet Banking แล้วก็รอรับตั๋วเครื่องบิน (E-ticket) ส่งเข้าทางอีเมลได้เลย
ทางไปจองตั๋วเครื่องบินกรุงเทพฯ-ดานัง สายการบิน Thai Vietjet Air กับ Traveloka >  https://www.traveloka.com/th-th/flight/to/Da-Nang.DAD
ขั้นตอนตรวจเช็คเอกสารการเดินทางที่เคาน์เตอร์เช็คอินสายการบิน Thai Vietjet ที่สนามบินสุวรรณภูมิ
สายการบิน Thai Vietjet Air ที่สนามบินดานัง ประเทศเวียดนาม

เอกสารที่ต้องใช้สำหรับการเดินทางระหว่างประเทศ

คนไทยสามารถเข้าไปท่องเที่ยวในเวียดนามได้แบบ Free VISA เป็นเวลาไม่เกิน 30 วัน และตามมาตรการล่าสุด (เปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแบบไม่กักตัวตั้งแต่ 17 มี.ค. 2022) โดยใช้เอกสารดังนี้ พาสปอร์ต, ประกันเดินทาง, วัคซีนพาสปอร์ต, ใบรับรองการฉีดวัคซีน, ใบรับรองแพทย์และผลตรวจโควิด ATK ไม่เกิน 24 ชั่วโมงก่อนบิน (หรือแบบ RT-PCR ไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนบิน)

9 กิจกรรมห้ามพลาดในเมืองเก่าฮอยอัน

ในการสำรวจเมืองเก่า ใครถนัดเดินก็เดิน แต่ถ้าใครขี้เมื่อย ที่นี่ก็มีจักรยานให้เช่า รวมถึงรถสามล้อ Cyclo มีคนเข็นให้นั่งชมวิวไปเพลินๆ ส่วนรถยนต์หรือรถมอเตอร์ไซค์นั้นห้ามเข้าในบริเวณนี้เลย ซึ่งใน old town ก็จะมีทั้งคาเฟ่ ร้านขายของที่ระลึก ร้านขายเครื่องหนังและงานฝีมือต่างๆ อาร์ตแกลเลอรี่ ไปจนถึงตลาดสด พร้อมแล้วไปดูกิจกรรมที่ห้ามพลาดเมื่อมาเที่ยวฮอยอันกันค่ะ

1. เช็คอินที่สะพานญี่ปุ่น (Japanese Covered Bridge)

จุดแลนด์มาร์กที่สุดของเมืองเก่าฮอยอัน คือสะพานแห่งนี้ที่สร้างโดยคนญี่ปุ่นที่เคยมาอาศัยอยู่ที่นี่เมื่อกว่า 400 ปีมาแล้ว สร้างขึ้นเพื่อเชื่อมเส้นทางการค้าขายทั้งสองฝั่ง จึงเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของสันติภาพและมิตรภาพ โดยสร้างจากปูนและไม้ หลังคามุงกระเบื้องดินเผาโบราณ ด้านในมีศาลเจ้า

Japanese Covered Bridge แลนด์มาร์คเมืองเก่าฮอยอัน

2. สำรวจตลาดสดฮอยอัน

มีไอศกรีมรถเข็น มีผัก ผลไม้ต่างๆ อาหารและขนมท้องถิ่น เสื้อผ้ารองเท้า รวมไปถึงหวยเวียดนามที่เขาออกรางวัลทุกวัน ถ้าอยากสัมผัสฟีลลิ่งแบบโลคอลแท้ๆ ต้องมาเดินดูหน่อยค่ะ แต่เหล่าแม่ค้าอาจจะพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ ก็ใช้ภาษามือพร้อมเครื่องคิดเลขกันไปนะคะ

3. นั่งรถสามล้อชมเมือง

รถสามล้อของเวียดนามหรือที่เรียกกันว่ารถซิโคล่ (Cyclo) เหมาะมากสำหรับคนขี้เมื่อย สามารถนั่งชิลๆ แล้วให้เขาเข็นเราไปชมเมืองเก่าเพลินๆ ได้เลย แต่เขาอาจจะไม่สามารถจอดให้เราแวะตามที่ต่างๆ ได้ จึงเหมาะกับการมาเอาฟีลลิ่งแล้วก็ถ่ายรูปเล่นมากกว่า และหลังจากนั้นเราค่อยไปเดินสำรวจตามสไตล์ของเราเองจ้า

รถสามล้อหรือซิโคล่ (Cyclo)

4. ล่องเรือในแม่น้ำทูโบน (Thu Bon River)

ถ้าล่องช่วงกลางวัน ก็จะได้ชมวิวและวิถีชีวิตริมฝั่งน้ำ ลมพัดเย็นสบาย แต่ถ้าตอนกลางคืนก็จะเป็นอีกฟีลหนึ่งไปเลย เพราะทั้งเรือ สะพาน และตึกต่างๆ ก็จะประดับประดาด้วยโคมไฟกระดาษ โรแมนติกมากๆ ยิ่งในคืนพระจันทร์เต็มดวง เขาจะมีกิจกรรมลอยกระทงกระดาษกันด้วยนะ คึกคักทีเดียวค่ะ ค่าล่องเรือประมาณ 300 บาท ใช้เวลาประมาณ 20 นาที ส่วนค่ากระทงกระดาษ ประมาณ 30 บาท

5. ชิมกาแฟเวียดนาม (Vietnamese Coffee)

มาเวียดนามต้องมาชิมกาแฟเวียดนามค่ะ เพราะตั้งแต่ยุค 1860s ที่ฝรั่งเศสแผ่อำนาจในเวียดนาม เขาก็นำกาแฟเข้ามา จนทำให้เวียดนามกลายเป็นประเทศผู้ส่งออกกาแฟรายใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากประเทศบราซิล รสชาติเขาล้ำลึกมาก และที่เมืองเก่าฮอยอันก็มีคาเฟ่เก๋ๆ เยอะมาก ส่วนใหญ่จะอยู่ในตึกเก่าแต่ตกแต่งให้ดูร่วมสมัยขึ้น โดยผสมผสานกลิ่นอายประวัติศาสตร์

และหนึ่งในคาเฟ่ที่เราได้ไปมาแล้วชอบมากก็คือ ร้าน Chau (Tra Dau Tam Pho Hoi) ใครชอบกาแฟดำจะดื่มเพียวๆ ก็ได้ แต่คนเวียดนามเขานิยมใส่นมข้นหวานและคนให้เข้ากัน แถมยังใส่น้ำแข็งมาด้วยให้เย็นชื่นใจ เพราะในอดีตคนเวียดนามก็อยากสร้างสรรค์รสชาติให้ต่างไปจากตะวันตก และได้ความอร่อยกลมกล่อม เราเองได้ลอง Vietnamese Milk Coffee ซึ่งเขาใส่นมข้นมาเยอะมาก แยกชั้นมากับกาแฟเลย รสชาติใช้ได้ นอกจากนี้ยังมีกาแฟไข่คน กาแฟปั่นกับผลไม้ กาแฟมะพร้าว เป็นการผสมผสานที่ค่อนข้างแปลกสำหรับเราแต่ก็น่าลองไปหมด

6. แวะคาเฟ่ที่มี Rooftop

เป็นหนึ่งในกิจกรรมโปรดของคนที่มาเที่ยวฮอยอันค่ะ เพราะเราจะได้มองเห็นวิวของเมืองฮอยอันแบบกว้างๆ ซึ่งจะถ่ายรูปออกมาสวยมาก และร้านที่เราแนะนำ ก็อยู่ไม่ไกลจากแลนด์มาร์คอย่างสะพานญี่ปุ่นเลย ชื่อร้าน Legend Wall Coffee ตกแต่งร้านได้น่ารัก ตามผนังสีเหลืองมีงานศิลปะประดับประดาอยู่กับกระถางดอกไม้ แล้วก็มีโซนแสดงงานศิลปะ ทั้งภาพวาด งานปั้น ในขณะที่ชั้น 2 มีที่นั่งรูฟท็อปให้รับลมเย็นและเอนจอยวิวเมือง

ชั้นรูฟท็อปของ Legend Wall Coffee

7. จิบน้ำดอกบัว

เป็นน้ำสมุนไพรที่ใครมาฮอยอันต้องลองลิ้มรสชาติดู ถึงแม้สำหรับเรามันจะออกเฝื่อนๆ ก็ตาม ก็มันเป็นสมุนไพรนี่นะ ซึ่งมันดีต่อสุขภาพ ดื่มแล้วชุ่มคอ แถมกลิ่นหอมๆ ยังช่วยให้เราสดชื่นจากการเดินสำรวจเมืองเก่าด้วย แก้วละประมาณ 10,000 ดอง (20 บาท) ร้านดังคือ Mót Hội An แต่ที่จริงยังมีร้านเล็กๆ ข้างทางที่สามารถหาได้ทั่วไปในเมืองเก่าฮอยอัน

ร้ายขายน้ำดอกบัว

8.ดินถ่ายรูปที่ถนน Tran Phu Street

ถนนเส้นหลักในตัวเมืองเก่าฮอยอันที่มีร้านรวงให้ช็อปปิ้งมากมาย โดยเฉพาะของแฮนด์เมดหรืองานฝีมือ เช่น กระเป๋าสาน ผ้าพันคอทอด้วยมือ ไปจนถึงต่างหูที่มีดีไซน์ไม่ซ้ำใคร และที่สำคัญถนนเส้นนี้ก็ยังมีตรอกซอกซอยให้เข้าไปเดินถ่ายรูปสวยๆ รับรองว่าได้รูปปังแน่นอน

9. แวะร้านโปสการ์ด Phòng Tranh Hồng Hoa

ที่นี่เป็นร้านขายโปสการ์ดและยังเป็นอาร์ตแกลเลอรี่ด้วย เขามีภาพศิลปะขาย รวมถึงโปสการ์ดหลากหลายแบบ ถึงแม้เจ้าของร้านจะพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ แต่ใจดีมาก พวกเราส่งภาษามือเพื่อขอซื้อแสตมป์เพิ่มเติม และฝากให้เขาไปส่งโปสการ์ดให้ด้วย (ซึ่งอันนี้ก็จะต้องลุ้นกันเอาเองว่ากี่เดือนจะถึงประเทศไทยนะ)

กลับเข้าไทยแบบ Test & Go

มาตรการหลังวันที่ 1 เมษายน 2022 เป็นต้นไป คนไทยจากต่างประเทศที่ประสงค์เดินทางกลับเข้าประเทศไทย (สำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีนครบโดสไม่น้อยกว่า 14 วัน ก่อนเดินทางเข้าประเทศไทย) สามารถใช้วิธี Test & Go เป็นวิธีที่สะดวกที่สุด ณ ตอนนี้ เอกสารที่ต้องใช้ตอนเดินทางกลับก็คือ

  • มีตั๋วเครื่องบิน สำหรับเดินทางเข้าประเทศไทย
  • Thailand Pass QR Code ซึ่งได้จากการลงทะเบียนในระบบ  tp.consular.go.th ล่วงหน้าอย่างน้อย 3-7 วันก่อนเดินทาง
  • มีหลักฐานการจองโรงแรม SHA Extra + หรือโรงแรม Alternative Quarantine (AQ) 1 คืน โดยโรงแรมจะต้องอยู่ห่างจากสนามบินไม่เกิน 5 ขั่วโมง ระบุการจองที่ชำระเงินเต็มจำนวน ครอบคลุมทั้งค่าที่พัก ค่าตรวจโควิด-19 แบบ RT-PCR ค่าชุดตรวจ ATK ด้วยตนเองในวันที่ 5 และรถรับส่งจากสนามบิน-โรงแรม
  • รอผลตรวจโควิดไม่เกิน 24 ชั่วโมง ถ้าเป็นลบ ก็สามารถออกจากห้องพักไปยังพื้นที่อื่นๆ ได้เลย
  • ในวันที่ 5 สามารถใช้ชุดตรวจ ATK ที่ได้รับมา เพื่อตรวจโควิด-19 ด้วยตนเอง และรายงานผลการหาเชื้อผ่านแอปฯ หมอชนะ

ท่องเที่ยวสะดวกสบายกับ Traveloka

  • ตามไปอ่านบทความไปเที่ยวต่างประเทศ กันได้ที่นี่ >  https://www.traveloka.com/th-th/flight/travel-global
  • TravelGlobal ต่างแดนแสนสุข รวมที่เที่ยวห้ามพลาดในต่างประเทศ เที่ยวได้ไม่เกินงบ!

Leave a Reply