ผู้คนมักบอกว่ารถยนต์ แอสตัน มาร์ติน (Aston Martin) นั้นเป็นเหมือนงานศิลปะที่เคลื่อนที่ได้

รู้ไหมว่าหนึ่งในเหตุผลทางด้านดีไซน์ที่ทำให้มันเป็นรถสปอร์ตที่ได้รับความนิยมมานานร่วมศตวรรษ นอกเหนือไปจากเรื่องสมรรถนะอันล้ำเลิศแล้ว ก็เป็นเหตุผลเดียวกับที่ผู้คนยังคงกล่าวถึงภาพวาด โมนาลิซ่า (Mona Lisa) ของจิตรกรเอกของโลกชาวอิตาเลียน เลโอนาร์โด ดาวินชี (Leonardo da Vinci) ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน

ภาพ Mona Lisa ของ Leonardo de Vinci จัดแสดงอยู่ที่ Louvre Museum ประเทศฝรั่งเศส

ผลงานศิลปะชิ้นนี้ไม่เคยว่างเว้นจากผู้ชม นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกหลั่งไหลไปชมโมนาลิซ่าภาพจริงที่พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ประเทศฝรั่งเศส อย่างไม่ขาดสายมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว ด้วยรอยยิ้มที่ดูลึกลับ และสายตาที่ดูเหมือนมีชีวิต ไม่ว่าเราจะเคลื่อนย้ายตัวเองไปทางไหน โมนาลิซ่าในภาพก็เหมือนมองตามเราไปด้วย

Golden Ratio หรือสัดส่วนทองคำ

Golden Ratio ความลับขององค์ประกอบทางศิลปะที่สร้างความสมบูรณ์แบบ

ความลับอย่างหนึ่งภายใต้องค์ประกอบทางศิลปะที่สร้างความสำเร็จก็คือ การใช้ทฤษฎี Golden Ratio หรือสัดส่วนทองคำ ซึ่งมาจากการคำนวณทางคณิตศาสตร์เพื่อทำให้งานออกแบบมีสัดส่วนงดงาม เหมือนกับความงามของธรรมชาติ เป็นทฤษฎีที่ไม่ใช่แค่ถูกใช้ในภาพโมนาลิซ่าและการออกแบบรถยนต์แอสตัน มาร์ติน เท่านั้น แต่ยังรวมถึงงานออกแบบศิลปะสมัยใหม่หลากแขนง ภาพวาด ภาพถ่าย งานสถาปัตยกรรม ไปจนถึงการออกแบบโลโก้โปรดักต์ล้ำๆ อย่างแบรนด์ APPLE

รถยนต์ Vantage Roadster รุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวในประเทศไทย

ประวัติศาสตร์ของรถยนต์ แอสตัน มาร์ติน

บริษัทผลิตรถยนต์ แอสตัน มาร์ติน ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1913 โดย Lionel Martin และ Robert Bamford เป็นที่รู้จักในฐานะรถยนต์ของเจมส์ บอนด์ ในหนังเรื่องเจมส์ บอนด์ หลายๆ ภาค แล้วก็เป็นรถที่ครอบครองโดยเซเลบดาราระดับโลกหลายคน ไม่ว่าจะเป็นเดวิด เบคแฮม (รุ่น Aston Martin Vantage), ซิลเวสเตอร์ สตาลโลน (รุ่น Aston Martin Vanquish S.), ไมเคิล จอร์แดน (รุ่น Aston Martin DB9 Volante), แดเนียล เครก (รุ่น Aston Martin V12 Vantage Roadster) และราฟาเอล นาดาล (รุ่น Aston Martin DBS) ฯลฯ

Aston Martin Design Studio

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าผู้คนที่เป็นเจ้าของ แอสตัน มาร์ติน ล้วนแต่เป็นคนที่มีรสนิยมในการใช้ชีวิต เพราะรถ 1 คัน ไม่ได้เป็นแค่ยานพาหนะที่พาเราไปยังจุดหมาย แต่มันบ่งบอกบุคลิกตัวตนของผู้ขับขี่ เหมือนเวลาเราจะเลือกซื้องานศิลปะมาไว้ในครอบครองสักชิ้น

รถยนต์ Aston Martin ยุคแรกเริ่ม

เรามองลึกกว่าเรื่องของ ‘ความงาม’ แต่มองไปถึง ‘คุณค่า’ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความงามนั้นอีกที

แอสตัน มาร์ติน ต่างจากซูเปอร์คาร์แบรนด์อื่น เพราะมันสร้างสรรค์ขึ้นมาบนแนวคิดของตัวเอง มีความผสมผสานระหว่างประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ และเทคโนโลยีอันล้ำสมัยระดับรถแข่ง เรียกว่างานศิลปะแบบโมเดิร์นคลาสสิก

Aston Martin Design Studio

สัดส่วนทองคำยึดหลักว่า เวลาเรามองอะไร สมองของเราจะเริ่มค้นหารูปทรงที่เป็นธรรมชาติ และหาความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันระหว่างสิ่งต่างๆ นั่นคือความรู้สึกเดียวกับเวลาที่เรามองเส้นสายของงานดีไซน์ภายนอกรถ แอสตัน มาร์ติน และเมื่อเปิดประตูเข้าไปภายใน ก็จะพบว่ามันคืองานฝีมืออันประณีต (Craftsmanship) ในทุกรายละเอียด ตั้งแต่เบาะหนังวัสดุพรีเมียม เดินตะเข็บด้วยการเย็บมือ ไปจนถึงคอนโซลและหน้าปัดต่างๆ ที่กลมกลืนลื่นไหล ทำให้เราเข้าใจความหมายของคำว่า ‘ลักชัวรี่’ ที่ไม่ได้มุ่งไปแต่เรื่องราคาที่สูง แต่มันคือคุณค่าความพิถีพิถันที่ซ่อนอยู่ในรายละเอียดต่างๆ

การเย็บมืออย่างประณีต

ยกตัวอย่างห้องโดยสารสุดหรูของรถแอสตัน มาร์ติน รุ่น แวนเทจ โรดสเตอร์ (Vantage Roadster) นี่ต้องบอกว่าคัดสรรเฉพาะวัสดุที่ดีที่สุดจริงๆ เขาใช้เบาะหนัง CAITHNESS คุณภาพสูงจาก BRIDGE OF WEIR ผู้ผลิตหนังแท้สำหรับเบาะรถยนต์ชื่อดังแห่งสก็อตแลนด์ ประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 70 ปี ผลิตหนังแท้คุณภาพสูง ส่งออกไปสู่กว่า 30 ประเทศทั่วโลก คัดสรรเฉพาะหนังวัวตัวผู้ที่มีขนปกคลุม เลี้ยงในฟาร์มของสก็อตแลนด์ที่มีการควบคุม ไร้แมลงสัตว์กัดต่อย ส่งผลให้หนังมีผิวสวยและราบเรียบ ไร้จุดด่างดำหรือรอยถลอก อีกทั้งหนังวัวตัวผู้มักมีชั้นไขมันหนา เมื่อนำมาหุ้มเบาะรถยนต์จึงให้สัมผัสนุ่มสบาย เป็นธรรมชาติ และมีความทนทาน สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย แม้ขับระยะทางไกล

Bridge of weir ใช้เฉพาะหนังวัวตัวผู้ ผลิตเบาะรถยนต์

Aston Martin Vantage Roadster โฉมใหม่ล่าสุด เปิดตัวในเมืองไทย ราคาเริ่มต้น 15.9 ล้านบาท

ลาวีอองโร้ดได้มีโอกาสไปร่วมงานเปิดตัวรถ แอสตัน มาร์ติน แวนเทจ โรดสเตอร์ รุ่นล่าสุด ในเมืองไทย โดยกลุ่มธุรกิจ มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) หรือ เอ็มจีซี-เอเชีย ซึ่งจัดขึ้นที่ Nai Lert Park Heritage สถานที่ประวัติศาสตร์อีกแห่งใจกลางกรุงเทพฯ เข้ากับความเป็น heritage ของ แอสตัน มาร์ติน เรามาดูไฮไลท์ความพิเศษของรถสปอร์ตเปิดประทุน 2 ที่นั่งรุ่นนี้กันค่ะ

Vantage Raodster ราคาเปิดตัวในเมืองไทย 15.9 ล้านบาท

รถสปอร์ตเปิดประทุนที่เปิด-ปิดหลังคาได้เร็วที่สุดในโลก

  • ไฮไลท์สำคัญของ Vantage Roadster อยู่ที่แผงหลังคาผ้าใบกลไก Z-Fold มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเพียง 60 กก. เท่านั้นเมื่อเทียบกับรุ่นคูเป้ การเปิดหลังคาทำได้ในเวลา 6.7 วินาที และปิดหลังคาภายใน 6.8 วินาทีซึ่งถือว่ารวดเร็วที่สุดในโลก อีกทั้งยังทำงานได้ขณะขับขี่ที่ความเร็วไม่เกิน 50 กม.ต่อชม.
  • ประทุนหลังคาแบบอ่อนทำจากผ้า fabric พับเก็บแบบตัว Z ช่องด้านหลังมีเนื้อที่เก็บของถึง 200 ลิตร ถ้านึกภาพไม่ออกคือ มันเก็บถุงกอล์ฟขนาดใหญ่สุดได้ หรือเก็บถุงช็อปปิ้งของสาวๆ ก็ได้เยอะมาก
  • ถือเป็นครั้งแรกที่ปลดระวางชื่อ Volante (ที่หมายถึงรถเปิดประทุน) แล้วหันมาใช้ชื่อที่เข้าใจง่ายกว่าอย่างRoadster แทน
  • แมตต์ เบคเกอร์ หัวหน้าทีมวิศวกรของ Aston Martin กล่าวว่า “รถสปอร์ตเปิดประทุนมักถูกมองว่ามีสมรรถนะลดลงเพื่อมอบประสบการณ์ขับขี่แบบเพลิดเพลินมากกว่าเร้าใจ แต่ Vantage Roadster ยังคงเต็มเปี่ยมด้วยความแม่นยำ ปราดเปรียว และแฮนดลิ่งที่โดดเด่นทั้งในทางโค้งและบนทางตรง อีกทั้งยังได้ฟังเสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มเมื่อเปิดหลังคาอีกด้วย”
  • สำหรับการปรับโฉมรุ่นล่าสุดครั้งนี้ถือว่ามีความพิเศษ เนื่องจากเป็นการฉลองครบรอบ 70 ปีของรถสปอร์ต Vantage ด้วย จึงมีการติดตั้งกระจังหน้าแบบใหม่ที่อุทิศให้แก่รถคลาสสิกของ Aston Martin ในยุคแรกเริ่ม
  • ภายนอกใช้สีสันโดดเด่นอย่าง Ceramic blue ส่วนภายในคือ craftsmanship เบาะหนังพรีเมียมจาก Bridge of Weir บริษัทผู้ผลิตเบาะหนังแท้สำหรับรถยนต์ชื่อดังของสก็อตแลนด์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 70 ปี
  • ติดตั้งเบาะในตำแหน่งต่ำ ส่งผลให้รถมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ทรงตัวดี ขณะที่ปุ่มเลือกตำแหน่งเกียร์ ติดตั้งบริเวณคอนโซลกลาง ผู้ขับสามารถควบคุมได้สะดวก และเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ แอสตัน มาร์ติน
  • ความเร็วสูงสุดของ Aston Martin Vantage Roadster 2021 สามารถทำได้ถึง 306 กม./ชม.

รายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อ แอสตัน มาร์ติน แบงคอก โทร. 02-670-6040 (โชว์รูมพร้อมศูนย์บริการ สาขาพระราม 3) และ 02-610-9775 (โชว์รูมสาขาสยามพารากอน)

Facebook: Astonmartinbangkok

E-mail: contact@astonmartin-bangkok.com

Anya Wan
นักเขียน/นักดนตรี ที่นอกจากเล่นเชลโลแล้ว ยังชอบออกเดินทางคนเดียวอยู่เสมอๆ มิวเซียม ตลาดของเก่า ร้านกาแฟ และเมืองที่มีกลิ่นอายวัฒนธรรมเก่าแก่คือสถานที่ที่เธอชอบไป

Leave a Reply