เชียงใหม่เป็นเมืองที่มีโรงแรมสวยมากมาย แต่มีไม่กี่แห่งที่ ‘เรื่องราวของสถานที่’ ยังมีลมหายใจอยู่จริงๆ
ในปลายฤดูหนาว กำลังจะเข้าฤดูร้อนปี 2026 เราเดินทางมาถึงเชียงใหม่แต่เช้า มีรถของรีสอร์ทมารับที่สนามบิน และใช้เวลาเพียง 15 นาที ก็มาถึง อนันตรา เชียงใหม่ รีสอร์ท (Anantara Chiang Mai Resort) พนักงานคล้องมาลัยดอกไม้เล็กๆ พร้อมกล่าวต้อนรับอย่างอบอุ่น สิ่งแรกที่เรามองเห็นคือแกรนด์เปียโนหลังใหญ่ที่วางอยู่ตรงบริเวณล็อบบี้แบบเปิดโล่ง โดยมีสนามหญ้าสีเขียวกับอาคารสไตล์โคโลเนียลเป็นฉากหลัง บรรยากาศเงียบสงบทั้งที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเชียงใหม่



อนันตรา เชียงใหม่ รีสอร์ท สร้างขึ้นบนพื้นที่เดิมที่เคยเป็นสถานกงสุลอังกฤษ และอาคารสไตล์โคโลเนียลที่เห็นอยู่ด้านหน้า ก็คือบ้านพักของกงสุลอังกฤษ สิ่งปลูกสร้างเพียงหลังเดียวที่ยังหลงเหลือจากสถานกงสุลดั้งเดิมซึ่งสร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1921 โครงสร้างไม้ผสมปูนแบบโคโลเนียลอายุกว่าร้อยปีได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างประณีต จนได้รับรางวัลอนุรักษ์สถาปัตยกรรมดีเด่นจากสมาคมสถาปนิกสยาม


หากย้อนกลับไปเมื่อกว่าร้อยปีก่อน ดินแดนล้านนามีป่าไม้สักอุดมสมบูรณ์มาก ในช่วงปีค.ศ. 1883 รัฐบาลไทยก็อนุญาตให้ชาวต่างชาติเข้ามารับสัมปทานทำไม้ในประเทศไทย หลายชาติยุโรปจึงเข้ามาทำการค้าไม้สัก แต่บริษัทของอังกฤษมีอิทธิพลมากที่สุด ทำให้ในเชียงใหม่มีคนอังกฤษอาศัยอยู่จำนวนมาก รัฐบาลอังกฤษจึงตั้งสถานกงสุลขึ้นเพื่อดูแลผลประโยชน์ของชาวอังกฤษในพื้นที่ บ้านหลังนี้ก็เลยไม่ใช่แค่แลนด์มาร์กของโรงแรมเท่านั้น แต่เป็นชิ้นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์เชียงใหม่ในช่วงยุคทองของธุรกิจป่าไม้

Heritage soul ของ 1921 House
สถาปัตยกรรมอาณานิคมอังกฤษปรากฏให้เห็นชัดในโครงสร้างแบบกึ่งตึกกึ่งไม้ของ 1921 House ตั้งแต่ความสมมาตรของเสาและตัวอาคาร หลังคา จั่ว บันได ประตูหน้าต่าง ไปจนถึงระเบียง ขณะที่โดยรอบเป็นอาคารห้องพักของรีสอร์ทที่สร้างขึ้นใหม่ในสไตล์ร่วมสมัย ทำให้กลิ่นอายของอดีตและความเป็นปัจจุบันเชื่อมโยงกันอย่างกลมกลืน

บริเวณระเบียงชั้นล่างได้ชื่อว่า The Verandah at 1921 House เชื้อเชิญให้แขกได้มาสัมผัสประสบการณ์ Afternoon Tea แบบอังกฤษดั้งเดิม ชุดน้ำชาประกอบด้วยของว่างหลากชนิดทั้งคาวและหวาน ไม่ว่าจะเป็นสโคนกับคล๊อตเต็ดครีม แยมผลไม้ตามฤดูกาล แซนด์วิชชิ้นพอดีคำ และเค้กต่างๆ ที่จัดวางอย่างสวยงามในเครื่องกระเบื้องลายครามของเวดจ์วูด (Wedgwood) แบรนด์เก่าแก่จากประเทศอังกฤษ คอลเลกชัน Paeonia Blush ลายดอกพีโอเนียหรือดอกโบตั๋นสีสดใส


ช่วงค่ำ ชั้นล่างของบ้านเปิดเป็นบาร์สไตล์อังกฤษคลาสสิกชื่อ Brit Bar at 1921 House ที่มักมีอีเวนต์เล็กๆ ให้ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเชียงใหม่ได้มาพบปะสังสรรค์กัน พร้อมเครื่องดื่มหลากหลาย ตั้งแต่ไวน์ แชมเปญชั้นเลิศ ไปจนถึงค็อกเทลสูตรพิเศษจากทีมมิกโซโลจิสต์มือรางวัล


ส่วนชั้น 2 ของบ้าน คือ The Service at 1921 House ห้องอาหารที่ตกแต่งในธีมเหมือนสำนักงานสายลับอังกฤษในอดีต เราได้ทานอาหารค่ำใน Library Room ที่จัดวางของสะสมเก่าๆ รวมทั้งเครื่องพิมพ์ดีดโบราณ ความสนุกคือเมื่อดึงชั้นหนังสือออกมา มันกลับกลายเป็นประตูที่พาเราเข้าไปสู่ Secret Room ห้องไพรเวตดินเนอร์ที่ซ่อนอยู่ด้านหลัง ราวกับอยู่ในคฤหาสน์ของยุโรป


เมนูของที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องสเต็กคุณภาพพรีเมียมที่ผ่านการดรายเอจอย่างน้อย 30 วัน ก่อนนำมาย่างบนเตา Josper เตาย่างสัญชาติสเปนที่ได้รับการยอมรับจากห้องอาหารชื่อดดังและเชฟชั้นนำทั่วโลก เนื้อมีให้เลือกตั้งแต่วากิวหรือแบล็กแองกัสจากออสเตรเลีย มิยาซากิวากิว A4 จากญี่ปุ่น ไปจนถึงโทมาฮอว์กจากฟาร์มงัวดอยในเชียงใหม่ นอกจากนี้ยังมีอาหารทะเลสดใหม่ เราได้ลองกุ้งล็อบสเตอร์จากภูเก็ต หอยเชลล์ย่าง และหอยนางรมจากฝรั่งเศส เสิร์ฟคู่กับสลัดมะเขือเทศ เป็นการผสมผสานเมนูตะวันตกกับวัตถุดิบท้องถิ่นได้อย่างลงตัว


Lanna Pool Suite เสน่ห์ล้านนาแบบร่วมสมัย
หลังอาหารค่ำ เราเดินผ่านสนามหญ้าเขียวขจีและต้นพะยอมอายุกว่า 200 ปี ก่อนจะมาถึงห้องพักแบบ Lanna Pool Suite ซึ่งถือเป็นหนึ่งใน type ห้องที่หรูหราและกว้างขวางที่สุดของรีสอร์ต มีสระแช่น้ำส่วนตัวภายในห้อง ตกแต่งด้วยวัสดุไม้เป็นหลัก ทั้งพื้นไม้ ระแนงไม้ เฟอร์นิเจอร์ไม้ ตลอดจนของตกแต่งที่คุมโทนสีธรรมชาติทั้งหมด นำเสนอเสน่ห์ของล้านนาในรูปแบบร่วมสมัย ขณะที่ประตูที่เชื่อมกับโซนเทอร์เรซใช้เป็นบานกระจก เปิดให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาปลุกเราเบาๆ ในตอนเช้า




การได้ลงแช่ในสระส่วนตัวที่มีการควบคุมอุณหภูมิน้ำให้อุ่นกำลังดี เป็นความสบายแบบเรียบง่ายที่ช่วยคลายความเมื่อยล้าจากการทำงานและการเดินทางได้มาก
อีกหนึ่งรายละเอียดที่ชอบคือ เตียงนอนที่นุ่มสบาย รวมทั้ง Pillow Menu ที่มีหมอนให้เลือกหลายแบบ ตั้งแต่ระดับความนุ่ม รูปทรง ไปจนถึงหมอนที่ออกแบบมาเพื่อช่วยในเรื่องการดูแลผิวสำหรับ anti-aging หรือเพิ่มวิตามิน E ได้อีก สามารถสแกน QR code เลือกเมนูหมอนได้แบบเอ็กซ์คลูซีฟ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในการเข้าพัก


เริ่มเช้าวันใหม่แบบเฮลท์ธีที่ Bodhi Terrace ริมแม่น้ำปิง
อาหารเช้าที่อนันตรา เชียงใหม่ รีสอร์ท เป็นไลน์บุฟเฟต์แบบแน่นๆ ที่ห้องอาหาร โพธิ์ เทอร์เรซ อยู่ริมแม่น้ำปิง มีทั้งที่นั่งแบบในอาคารไม้สัก หรือจะเลือกที่นั่งเทอร์เรซด้านนอก เพื่อชมบรรยากาศริมน้ำ ก็จะได้ยินเสียงนกเจื้อยแจ้ว ประกอบภาพเรือหาปลาเล็กๆ ที่แล่นผ่าน โดยมีแสงแดดอ่อนๆ สะท้อนผิวน้ำ เป็น morning scene ที่เรียบง่ายแต่ฮีลใจคนเมืองสุดๆ





ไฮไลท์อยู่ที่มุมน้ำผลไม้เพื่อสุขภาพ เขามีเครื่องคั้นน้ำส้มสดให้เห็นตรงหน้า จะหาน้ำส้มที่สดกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว มุมอาหารก็มีทั้งไทยและตะวันตก มุมขนมปังละลานตา สลัดบาร์ รวมไปถึงมีอาหารไทยๆ อย่างข้าวเหนียวหมูปิ้ง และขนมครก นอกจากนี้ยังสามารถสั่งเมนู a la carte เช่น Egg Benedict หรือ French Toast เพิ่มเติมได้อีกด้วย




บางครั้งการพักในรีสอร์ทก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนท่องเที่ยวเท่าไร สิ่งที่อนันตรา เชียงใหม่ มอบให้ กลับเป็นความรู้สึกเหมือนเรากำลังนั่งอยู่ในฉากหนึ่งของเชียงใหม่เมื่อร้อยปีก่อน จากวันที่เมืองคึกคักไปด้วยพ่อค้า ช้างลากซุง และเรือที่ล่องไปตามแม่น้ำ วันนี้ในสถานที่เดียวกัน มันให้ความสงบอย่างน่าประหลาด สายน้ำปิงยังคงไหลไปข้างหน้าเหมือนเดิม ส่วนเราก็นั่งจิบกาแฟอยู่ตรงนี้ ปล่อยให้เช้าวันหนึ่งในเชียงใหม่ ค่อยๆ คลายจังหวะชีวิตที่เคยเร่งรีบลงทีละนิด



Anantara Chiang Mai Resort ดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.anantara.com/en/chiang-mai














